ปกกฎหมาย: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — พระราชบัญญัติ 187 มาตรา
แรงงานและความปลอดภัย

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

กฎหมายแม่บทกำหนดสิทธิขั้นต่ำของลูกจ้าง ทั้งเวลาทำงาน วันหยุด วันลา ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย และหน้าที่ของนายจ้าง

  • พระราชบัญญัติ พ.ศ. 2541
  • 187 มาตรา
  • 16 หมวด/ส่วน
  • 51 มาตราเคยถูกแก้ไข
  • หมวด: แรงงานและความปลอดภัย

ใครต้องใช้ ใช้ตอนไหน

นายจ้างและเจ้าของกิจการลูกจ้างผู้รับเหมาชั้นต้นและผู้รับเหมาช่วงเจ้าหน้าที่งานบุคคลและฝ่ายค่าจ้างหน่วยงานของรัฐที่จ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา

สาระสำคัญ — อ้างเลขมาตราได้ทุกข้อ

ขอบเขตการใช้บังคับ และการจ้างเหมาบริการของหน่วยงานรัฐ

มาตรา 4 กำหนดว่ากฎหมายนี้ไม่ใช้บังคับแก่ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แต่มาตรา 4/1 กำหนดว่าถ้าหน่วยงานเหล่านี้ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ จ้างบุคคลธรรมดามาทำงานในลักษณะจ้างเหมาบริการโดยจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น และหน่วยงานเป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลการทำงานเอง หน่วยงานต้องจัดให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทน วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด วันและเวลาทำงาน และเวลาพัก ไม่น้อยกว่าสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และคดีพิพาทเรื่องนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน มาตรา 4มาตรา 4 1

นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้รับเหมา และการรับเหมาค่าแรง

มาตรา 5 นิยามนายจ้างให้รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้างและผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล และนิยามผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมาชั้นต้น และผู้รับเหมาช่วงไว้ด้วย มาตรา 11/1 กำหนดว่าถ้าผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้ผู้อื่นจัดหาคนมาทำงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนเหล่านั้น และต้องให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ มาตรา 12 กำหนดว่าถ้านายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดในค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินสะสม เงินสมทบ และเงินเพิ่ม โดยมีสิทธิไล่เบี้ยคืนจากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้าง มาตรา 5มาตรา 11 1มาตรา 12

เวลาทำงาน เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา

มาตรา 23 กำหนดให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติ วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง ส่วนงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยตามกฎกระทรวง วันหนึ่งไม่เกินเจ็ดชั่วโมงและสัปดาห์หนึ่งไม่เกินสี่สิบสองชั่วโมง มาตรา 27 ให้จัดเวลาพักระหว่างการทำงานวันหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงหลังจากทำงานมาแล้วไม่เกินห้าชั่วโมงติดต่อกัน และถ้าทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง ต้องจัดให้พักไม่น้อยกว่ายี่สิบนาทีก่อนเริ่มทำงานล่วงเวลา มาตรา 24 ห้ามให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป มาตรา 25 ห้ามให้ทำงานในวันหยุด เว้นแต่งานที่ต้องทำติดต่อกันไป งานฉุกเฉิน หรือกิจการที่กฎหมายยกเว้น มาตรา 23/1 ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงให้ทำงานที่บ้านหรือผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศได้โดยทำเป็นหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติ ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธการติดต่อสื่อสารกับนายจ้าง เว้นแต่ได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือไว้ล่วงหน้า มาตรา 23มาตรา 23 1มาตรา 24มาตรา 25มาตรา 27

วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี

มาตรา 28 ให้นายจ้างจัดวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน โดยวันหยุดต้องห่างกันไม่เกินหกวัน มาตรา 29 ให้ประกาศวันหยุดตามประเพณีล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสิบสามวันโดยรวมวันแรงงานแห่งชาติ ถ้าวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป มาตรา 30 ให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน นายจ้างและลูกจ้างตกลงสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปรวมกับปีต่อไปได้ และลูกจ้างที่ทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจกำหนดให้ตามส่วนก็ได้ มาตรา 28มาตรา 29มาตรา 30

วันลาและค่าจ้างระหว่างลา

มาตรา 32 ให้ลูกจ้างลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไปนายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองแพทย์ และมาตรา 57 ให้จ่ายค่าจ้างวันลาป่วยปีหนึ่งไม่เกินสามสิบวันทำงาน มาตรา 34 ให้ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่าสามวันทำงาน และมาตรา 57/1 ให้จ่ายค่าจ้างปีหนึ่งไม่เกินสามวันทำงาน มาตรา 41 ให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน โดยรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอด และลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกินสิบห้าวันถ้าบุตรมีภาวะเจ็บป่วยเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน ผิดปกติ หรือพิการ มาตรา 59 ให้จ่ายค่าจ้างวันลาคลอดไม่เกินหกสิบวัน และมาตรา 59/1 ให้จ่ายค่าจ้างวันลาเลี้ยงดูบุตรในอัตราร้อยละห้าสิบ มาตรา 41/1 ให้ลูกจ้างลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่งไม่เกินสิบห้าวันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันคลอด และมาตรา 59/2 ให้จ่ายค่าจ้างวันลานั้นไม่เกินสิบห้าวัน มาตรา 33 ให้ลาเพื่อทำหมัน มาตรา 35 ให้ลาเพื่อรับราชการทหาร โดยมาตรา 58 ให้จ่ายค่าจ้างปีหนึ่งไม่เกินหกสิบวัน และมาตรา 36 ให้ลาเพื่อฝึกอบรมตามกฎกระทรวง มาตรา 32มาตรา 33มาตรา 34มาตรา 35มาตรา 36มาตรา 41มาตรา 41 1มาตรา 57มาตรา 57 1มาตรา 58มาตรา 59มาตรา 59 1มาตรา 59 2

อัตราค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด

มาตรา 61 ให้จ่ายค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน มาตรา 62 ให้จ่ายค่าทำงานในวันหยุดแก่ลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่า และแก่ลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน มาตรา 63 ให้จ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่าสามเท่า มาตรา 68 กำหนดว่าลูกจ้างรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานหมายถึงค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย มาตรา 65 กำหนดว่าลูกจ้างบางประเภท เช่น ผู้มีอำนาจทำการแทนนายจ้างในการจ้าง ให้บำเหน็จ หรือเลิกจ้าง งานที่ออกไปทำนอกสถานที่ซึ่งกำหนดเวลาทำงานแน่นอนไม่ได้ และงานอยู่เวรเฝ้าสถานที่ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายให้ มาตรา 56 ให้จ่ายค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ (ยกเว้นลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงาน) วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี มาตรา 56มาตรา 61มาตรา 62มาตรา 63มาตรา 65มาตรา 68

กำหนดจ่ายค่าจ้าง การหักค่าจ้าง หลักประกัน และดอกเบี้ยผิดนัด

มาตรา 70 ให้จ่ายค่าจ้างเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง และเมื่อเลิกจ้างต้องจ่ายค่าจ้างและเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามกฎหมายนี้ภายในสามวันนับแต่วันที่เลิกจ้าง มาตรา 76 ห้ามหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่ 5 กรณี เช่น ภาษีเงินได้ ค่าบำรุงสหภาพแรงงาน หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ เงินประกันหรือค่าเสียหายที่ลูกจ้างยินยอม และเงินสะสมกองทุน โดยแต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละสิบและรวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม มาตรา 10 ห้ามเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานจากลูกจ้าง เว้นแต่งานที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง และต้องคืนหลักประกันภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลิกจ้างหรือลาออก มาตรา 9 กำหนดว่านายจ้างที่ไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย หรือเงินอื่นตามกำหนด ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร เมื่อพ้นเจ็ดวันต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน มาตรา 75 กำหนดว่าถ้านายจ้างต้องหยุดกิจการชั่วคราวด้วยเหตุสำคัญที่มิใช่เหตุสุดวิสัย ต้องจ่ายเงินไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของค่าจ้างในวันทำงาน และแจ้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่าสามวันทำการ มาตรา 90 ห้ามจ่ายค่าจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศ มาตรา 9มาตรา 10มาตรา 70มาตรา 75มาตรา 76มาตรา 90

การใช้แรงงานหญิงและแรงงานเด็ก

มาตรา 38 ห้ามให้ลูกจ้างหญิงทำงานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ (เว้นแต่สภาพงานไม่เป็นอันตราย) และงานบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่สิบเมตรขึ้นไป มาตรา 39 ห้ามให้หญิงมีครรภ์ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรที่สั่นสะเทือน งานบนยานพาหนะ งานยกของหนักเกินสิบห้ากิโลกรัม และงานในเรือ มาตรา 39/1 ห้ามให้หญิงมีครรภ์ทำงานระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึง 06.00 นาฬิกา ทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุด มาตรา 43 ห้ามเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ มาตรา 44 ห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง มาตรา 45 กำหนดว่าถ้าจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ต้องแจ้งพนักงานตรวจแรงงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน และแจ้งการสิ้นสุดการจ้างภายในเจ็ดวัน มาตรา 47 ห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึง 06.00 นาฬิกา มาตรา 48 ห้ามให้เด็กทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด และมาตรา 49 ห้ามให้เด็กทำงานอันตราย เช่น งานหลอมโลหะ งานปั๊มโลหะ งานเกี่ยวกับวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ งานขับรถยกหรือปั้นจั่น งานใต้ดิน และงานบนนั่งร้านที่สูงตั้งแต่สิบเมตรขึ้นไป มาตรา 38มาตรา 39มาตรา 39 1มาตรา 43มาตรา 44มาตรา 45มาตรา 47มาตรา 48มาตรา 49

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ทะเบียนลูกจ้าง และคณะกรรมการสวัสดิการ

มาตรา 108 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย อย่างน้อยต้องมี 8 รายการ ได้แก่ วันเวลาทำงานและเวลาพัก วันหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง วันลา วินัยและโทษทางวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ โดยต้องประกาศใช้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบสิบคน และปิดประกาศโดยเปิดเผย มาตรา 112 ให้จัดทำทะเบียนลูกจ้างเป็นภาษาไทยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน มาตรา 114 ให้จัดทำเอกสารการจ่ายค่าจ้างและให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อ หรือใช้หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแทนได้ มาตรา 115 ให้เก็บทะเบียนลูกจ้างและเอกสารการจ่ายค่าจ้างไว้ไม่น้อยกว่าสองปี มาตรา 115/1 ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานภายในเดือนมกราคมของทุกปี มาตรา 96 ให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไปจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยห้าคน และมาตรา 98 ให้ประชุมหารือกับคณะกรรมการอย่างน้อยสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง มาตรา 96มาตรา 98มาตรา 108มาตรา 112มาตรา 114มาตรา 115มาตรา 115 1

การพักงาน การบอกเลิกสัญญาจ้าง และค่าชดเชย

มาตรา 116 กำหนดว่านายจ้างจะสั่งพักงานลูกจ้างระหว่างสอบสวนความผิดได้ต่อเมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ โดยต้องมีคำสั่งเป็นหนังสือ พักงานได้ไม่เกินเจ็ดวัน และจ่ายเงินระหว่างพักงานไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง มาตรา 17 กำหนดว่าสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ฝ่ายที่จะบอกเลิกต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน และสัญญาจ้างทดลองงานถือเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา มาตรา 17/1 กำหนดว่าถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ต้องจ่ายเงินเท่ากับค่าจ้างสำหรับช่วงเวลานับแต่วันที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจ้างมีผล โดยจ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน มาตรา 118 กำหนดค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างเป็น 6 ขั้นตามอายุงาน คือ ทำงานครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่ไม่ครบหนึ่งปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน ครบหนึ่งปีแต่ไม่ครบสามปี เก้าสิบวัน ครบสามปีแต่ไม่ครบหกปี หนึ่งร้อยแปดสิบวัน ครบหกปีแต่ไม่ครบสิบปี สองร้อยสี่สิบวัน ครบสิบปีแต่ไม่ครบยี่สิบปี สามร้อยวัน และครบยี่สิบปีขึ้นไป สี่ร้อยวัน มาตรา 118/1 ให้ถือว่าการเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้าง และถ้าไม่ได้กำหนดเกษียณอายุไว้หรือกำหนดไว้เกินกว่าหกสิบปี ลูกจ้างอายุครบหกสิบปีแสดงเจตนาเกษียณได้ โดยมีผลเมื่อครบสามสิบวันนับแต่วันแสดงเจตนา มาตรา 119 กำหนด 6 กรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับและถูกตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (หนังสือเตือนมีผลไม่เกินหนึ่งปี) ละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร และได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด โดยนายจ้างต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ มาตรา 17มาตรา 17 1มาตรา 116มาตรา 118มาตรา 118 1มาตรา 119

ค่าชดเชยพิเศษกรณีย้ายสถานประกอบกิจการหรือเปลี่ยนเครื่องจักร

มาตรา 120 กำหนดว่านายจ้างที่จะย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศแจ้งลูกจ้างล่วงหน้าติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้าย ถ้าไม่ปิดประกาศต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวันแก่ลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะย้ายตาม และลูกจ้างที่เห็นว่าการย้ายกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตของตนหรือครอบครัว มีสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยแจ้งเป็นหนังสือภายในสามสิบวัน และได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118 โดยนายจ้างต้องจ่ายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด มาตรา 121 กำหนดว่าการเลิกจ้างเพราะนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาใช้จนต้องลดจำนวนลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งพนักงานตรวจแรงงานและลูกจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ถ้าไม่แจ้งต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวันเพิ่มจากค่าชดเชยปกติ และมาตรา 122 ให้ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันเกินหกปีได้รับค่าชดเชยพิเศษเพิ่มอีกไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสิบห้าวันต่อการทำงานครบหนึ่งปี แต่รวมแล้วไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยหกสิบวัน มาตรา 118มาตรา 120มาตรา 121มาตรา 122

พนักงานตรวจแรงงานและการยื่นคำร้องเรียกเงิน

มาตรา 139 ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบกิจการในเวลาทำการเพื่อตรวจสภาพการจ้าง เรียกนายจ้างหรือลูกจ้างมาชี้แจง และมีคำสั่งเป็นหนังสือให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย มาตรา 123 ให้ลูกจ้างที่นายจ้างไม่จ่ายเงินตามสิทธิ ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา มาตรา 124 ให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนและมีคำสั่งภายในหกสิบวันนับแต่วันรับคำร้อง ขยายได้ไม่เกินสามสิบวัน และถ้าลูกจ้างมีสิทธิ ให้สั่งนายจ้างจ่ายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง มาตรา 125 ให้ฝ่ายที่ไม่พอใจคำสั่งนำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นคำสั่งเป็นที่สุด และถ้านายจ้างเป็นฝ่ายฟ้อง ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ต้องจ่ายตามคำสั่งก่อน มาตรา 124/1 กำหนดว่าถ้านายจ้างปฏิบัติตามคำสั่งภายในกำหนด การดำเนินคดีอาญาต่อนายจ้างเป็นอันระงับ มาตรา 123มาตรา 124มาตรา 124 1มาตรา 125มาตรา 139

บทกำหนดโทษ

มาตรา 144 กำหนดว่านายจ้างที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติสำคัญ เช่น มาตรา 10 มาตรา 17/1 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 70 มาตรา 76 มาตรา 90 วรรคหนึ่ง มาตรา 118 วรรคหนึ่ง หรือไม่จ่ายค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 121 มาตรา 122 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าการฝ่าฝืนเรื่องแรงงานหญิงหรือเด็กตามมาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 39/1 มาตรา 42 มาตรา 47 หรือมาตรา 48 เป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตรายหรือถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท มาตรา 146 กำหนดว่าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 108 มาตรา 112 มาตรา 113 มาตรา 114 มาตรา 115 เป็นต้น มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท มาตรา 148/1 กำหนดว่าการจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีตามมาตรา 44 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงแปดแสนบาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกินสองปี และมาตรา 148/2 กำหนดโทษเดียวกันสำหรับการให้เด็กทำงานอันตรายตามมาตรา 49 หรือมาตรา 50 ถ้าเป็นเหตุให้เด็กได้รับอันตรายหรือถึงแก่ความตาย ปรับตั้งแต่แปดแสนบาทถึงสองล้านบาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกินสี่ปี มาตรา 158 กำหนดว่าถ้าผู้กระทำผิดเป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานซึ่งสั่งการหรือละเว้นหน้าที่ต้องรับโทษด้วย มาตรา 159 ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเปรียบเทียบปรับได้ และเมื่อชำระค่าปรับภายในสามสิบวันให้ถือว่าคดีเลิกกัน มาตรา 44มาตรา 144มาตรา 146มาตรา 148 1มาตรา 148 2มาตรา 158มาตรา 159

คำถามที่พบบ่อย

ลูกจ้างรายเดือนทำงานล่วงเวลา คิดค่าล่วงเวลาอย่างไร

มาตรา 68 กำหนดว่าอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานของลูกจ้างรายเดือน หมายถึงค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย จากนั้นมาตรา 61 ให้จ่ายค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ มาตรา 63 ให้จ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่าสามเท่า และมาตรา 74 กำหนดว่าถ้านายจ้างตกลงจ่ายในอัตราสูงกว่านี้ ให้เป็นไปตามข้อตกลง มาตรา 61มาตรา 63มาตรา 68มาตรา 74

เลิกจ้างลูกจ้าง ต้องจ่ายค่าชดเชยเท่าไร และต้องจ่ายเมื่อใด

มาตรา 118 กำหนดค่าชดเชยตามอายุงาน คือ ทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่ไม่ครบหนึ่งปี ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน ครบหนึ่งปีแต่ไม่ครบสามปี เก้าสิบวัน ครบสามปีแต่ไม่ครบหกปี หนึ่งร้อยแปดสิบวัน ครบหกปีแต่ไม่ครบสิบปี สองร้อยสี่สิบวัน ครบสิบปีแต่ไม่ครบยี่สิบปี สามร้อยวัน และครบยี่สิบปีขึ้นไป สี่ร้อยวัน แต่ไม่ใช้กับลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนในงานโครงการเฉพาะ งานครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาล ซึ่งต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปีและทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง มาตรา 119 กำหนดกรณีที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 70 ให้จ่ายค่าจ้างและเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามกฎหมายนี้ภายในสามวันนับแต่วันที่เลิกจ้าง มาตรา 70มาตรา 118มาตรา 119

ผู้รับเหมาช่วงไม่จ่ายค่าจ้างคนงาน ผู้รับเหมาชั้นต้นต้องรับผิดหรือไม่

มาตรา 12 กำหนดว่าในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง ให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินสะสม เงินสมทบ และเงินเพิ่ม เมื่อจ่ายไปแล้วมีสิทธิไล่เบี้ยคืนจากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้าง มาตรา 5 นิยามผู้รับเหมาช่วงให้รวมถึงผู้รับช่วงงานต่อกันไม่ว่าจะรับเหมาช่วงกันกี่ช่วงก็ตาม มาตรา 5มาตรา 12

หน่วยงานราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ้างเหมาบริการรายบุคคล ต้องให้สิทธิอะไรบ้าง

มาตรา 4 กำหนดว่ากฎหมายนี้ไม่ใช้บังคับแก่ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น แต่มาตรา 4/1 กำหนดว่าถ้าหน่วยงานเหล่านี้จ้างบุคคลธรรมดาในลักษณะจ้างเหมาบริการ จ่ายค่าตอบแทนเป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น และเป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลการทำงานเอง หน่วยงานต้องจัดให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทน วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด วันและเวลาทำงาน และเวลาพัก ไม่น้อยกว่าสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในกฎกระทรวง และข้อพิพาทเรื่องนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน มาตรา 4มาตรา 4 1

ลาป่วยได้กี่วัน และได้รับค่าจ้างกี่วัน

มาตรา 32 ให้ลูกจ้างลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ ถ้าแสดงไม่ได้ให้ชี้แจงให้นายจ้างทราบ วันที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานและวันลาคลอดไม่ถือเป็นวันลาป่วย มาตรา 57 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามสิบวันทำงาน มาตรา 32มาตรา 57

นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างหรือจ่ายไม่ครบ ลูกจ้างทำอะไรได้บ้าง

มาตรา 123 ให้ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ตามแบบที่อธิบดีกำหนด มาตรา 124 ให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนและมีคำสั่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่รับคำร้อง และถ้าลูกจ้างมีสิทธิ ให้สั่งนายจ้างจ่ายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง มาตรา 9 กำหนดให้นายจ้างที่ผิดนัดเสียดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร เมื่อพ้นเจ็ดวันต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน มาตรา 11 ให้หนี้ค่าจ้างเป็นบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินของนายจ้างในลำดับเดียวกับค่าภาษีอากร มาตรา 9มาตรา 11มาตรา 123มาตรา 124

คำปรารภ / อำนาจในการตรา

พระราชบัญญัติ

คุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. 2541

คำอธิบายในหน้านี้จัดทำโดยทีมโยธาไทยจากตัวบทที่มีในระบบเท่านั้น ระบุเลขมาตรากำกับทุกข้อเพื่อให้ตรวจสอบกลับได้ — เป็นเครื่องมือช่วยอ่าน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย · ปรับปรุง 25 กันยายน 2569

พ.ศ. 2541

ตัวบทเต็ม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541

ทั้งฉบับ 187 มาตรา — กำลังโหลดตัวบทพร้อมสารบัญและจุดเชื่อมโยง… หากหน้านี้ไม่แสดงตัวบท เริ่มอ่านที่ มาตรา 1 แล้วกด "ถัดไป" ทีละมาตราได้