ปกกฎหมาย: กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563 — กฎกระทรวง 40 ข้อ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563

กฎกระทรวงกำหนดว่าพัสดุประเภทใดที่รัฐต้องการส่งเสริม (เกษตร SME สถานศึกษา นวัตกรรม ยา Made in Thailand ฯลฯ) และต้องซื้อจ้างด้วยวิธีใด

  • กฎกระทรวง พ.ศ. 2563
  • 40 ข้อ
  • 8 หมวด/ส่วน
  • หมวด: จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ใครต้องใช้ ใช้ตอนไหน

เจ้าหน้าที่พัสดุของ อปท. และส่วนราชการหัวหน้าเจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างช่างโยธา/วิศวกรที่กำหนดแบบรูปรายการงานก่อสร้างและขอบเขตงานจ้างผู้ประกอบการ SME และผู้ผลิตสินค้าในประเทศที่จะขายให้หน่วยงานของรัฐ
  • จะซื้อนมโรงเรียน ข้าวสาร เมล็ดพันธุ์ หรือวัสดุและเครื่องมือการเกษตรจากหน่วยงานของรัฐ สหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกร ข้อ 3ข้อ 4
  • จะซื้อสินค้าหรือจ้างบริการจากกลุ่มอาชีพในหมู่บ้าน องค์กรคนพิการ กรมราชทัณฑ์ วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือผู้ประกอบการ SME ที่ขึ้นบัญชีกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ข้อ 6ข้อ 7
  • จะจ้างพิมพ์เอกสารกับโรงพิมพ์ของหน่วยงานของรัฐ หรือซื้อจ้างผลิตภัณฑ์และงานก่อสร้างที่อยู่ในขอบเขตการเรียนการสอนของสถานศึกษา ข้อ 9ข้อ 10
  • จะซื้อสินค้าหรือบริการที่มีรายชื่อในบัญชีนวัตกรรมไทยของสำนักงบประมาณ ข้อ 11ข้อ 12ข้อ 13
  • จะซื้อยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา หรือวัคซีนที่ผลิตในประเทศ ข้อ 15ข้อ 17ข้อ 21
  • จะซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากจาก ปตท. หรือจ้างการไฟฟ้า/การประปาให้บริการเกี่ยวกับไฟฟ้าและประปา ข้อ 23ข้อ 24
  • จะกำหนดแบบรูปรายการงานก่อสร้าง หรือขอบเขตของงานจ้าง ให้ใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) และเหล็กที่ผลิตในประเทศ ข้อ 27 1ข้อ 27 2ข้อ 27 3
  • จะซื้อพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซื้อสินค้าหรือบริการดิจิทัล หรือจ้างมหาวิทยาลัยของรัฐและหน่วยงานที่กฎหมายกำหนดเป็นที่ปรึกษา ข้อ 27 5ข้อ 27 6ข้อ 27 8ข้อ 27 9ข้อ 29ข้อ 30ข้อ 31

สาระสำคัญ — อ้างเลขข้อได้ทุกข้อ

ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับเดิม พ.ศ. 2560 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561

ข้อ 1 กำหนดให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนและกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. 2560 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561 กฎกระทรวงฉบับนี้จึงใช้แทนทั้งสองฉบับนั้น ข้อ 1

พัสดุส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตร

ข้อ 3 กำหนดรายการพัสดุด้านการเกษตรที่รัฐต้องการส่งเสริม เช่น นมโรงเรียนขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภคขององค์การคลังสินค้า เมล็ดพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว วัสดุการเกษตรของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร และงานอบไม้ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ข้อ 4 กำหนดวิธีการซื้อของแต่ละรายการ โดยส่วนใหญ่ให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง หรือถ้าหน่วยงานไม่ประสงค์จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง จะใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกก็ได้ สำหรับวัสดุการเกษตรและเครื่องมือการเกษตรตามข้อ 3 (8) หรือ (9) ที่มีราคาต่อหน่วยไม่เกิน 100,000 บาทและราคารวมไม่เกิน 500,000 บาท ให้ซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจง แต่ถ้าราคารวมเกิน 500,000 บาท ให้ใช้วิธีคัดเลือกและแจ้งหน่วยงานผู้ขายเข้าเสนอราคา ข้อ 3ข้อ 4

พัสดุส่งเสริมวิสาหกิจและการประกอบอาชีพ — ใครบ้าง

ข้อ 6 กำหนดรายการพัสดุกลุ่มนี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพในหมู่บ้านและตำบลที่รวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและมีหน่วยงานของรัฐรับรองหรือจดทะเบียนกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ของร้านค้าสหกรณ์ ผลิตภัณฑ์และงานรักษาความปลอดภัยขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ผลิตภัณฑ์ขององค์กรหรือมูลนิธิเพื่อคนพิการ ผลิตภัณฑ์และงานก่อสร้าง งานรับจ้างที่ใช้ฝีมือแรงงานผู้ถูกคุมขังของกรมราชทัณฑ์ ผลิตผลหรือบริการของ SME ที่ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผลิตผลหรือบริการของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ข้อ 6

วิธีซื้อจ้างจาก SME — สัดส่วนงบ ร้อยละ 30 และแต้มต่อราคา ร้อยละ 10

ข้อ 7 (2) กำหนดว่าหน่วยงานของรัฐต้องใช้เงินงบประมาณซื้อจ้างพัสดุจาก SME ที่ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณสำหรับพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายการพัสดุและบัญชีรายชื่อ SME ถ้าจังหวัดที่หน่วยงานตั้งอยู่มี SME ขึ้นบัญชีไม่น้อยกว่า 3 รายและมีกำลังผลิตหรือส่งมอบได้ ให้ใช้วิธีคัดเลือกจาก SME ในจังหวัดนั้น ถ้ามีน้อยกว่า 3 ราย ให้ใช้วิธีคัดเลือกจาก SME ทั้งหมดที่ขึ้นบัญชี ถ้าดำเนินการตามนี้ไม่ได้ ให้จัดซื้อจัดจ้างตามวิธีในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และในกรณีนั้นถ้าใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เกณฑ์ราคา หาก SME เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ให้ซื้อจ้างจาก SME รายนั้น โดยเรียงลำดับ SME ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย นอกจากนี้ภายใน 60 วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ หน่วยงานของรัฐต้องแจ้งผลการซื้อจ้างจาก SME รวมทั้งปัญหาอุปสรรคไปยังสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนพัสดุตามข้อ 6 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (7) ข้อ 7 (1) ให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง หรือจะใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกก็ได้ ข้อ 7

พัสดุส่งเสริมการเรียนการสอน — งานพิมพ์ ครุภัณฑ์ และงานก่อสร้างของสถานศึกษา

ข้อ 9 กำหนดรายการ เช่น ผลิตภัณฑ์หรืองานจ้างของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง งานต่อเรือของวิทยาลัยต่อเรือ งานจ้างทำครุภัณฑ์และก่อสร้างอาคารของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์และวัสดุสำนักงานขององค์การค้าของ สกสค. งานผลิตอาวุธและแบตเตอรี่ของกระทรวงกลาโหม งานซ่อมและผลิตอากาศยานของบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด งานจัดทำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของกรมธนารักษ์ และงานจ้างพิมพ์ของโรงพิมพ์ของหน่วยงานของรัฐ ข้อ 10 กำหนดวิธีการ เช่น หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการซื้อจ้างครุภัณฑ์และงานก่อสร้างของสถานศึกษาของตนเองได้โดยวิธีเฉพาะเจาะจงภายในวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท ซื้อวัสดุสำนักงานจากองค์การค้าของ สกสค. โดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ภายในวงเงินไม่เกิน 130,000 บาท ส่วนงานพิมพ์ ถ้าหน่วยงานมีโรงพิมพ์ของตนเองให้จ้างโรงพิมพ์ของตนเองโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ถ้าไม่มีโรงพิมพ์ของตนเองและจะจ้างโรงพิมพ์ของหน่วยงานของรัฐ ให้มีหนังสือสอบถามราคาไปยังโรงพิมพ์ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง แล้วจ้างรายที่เสนอราคาต่ำสุดโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ข้อ 9ข้อ 10

พัสดุส่งเสริมนวัตกรรม — บัญชีนวัตกรรมไทย ร้อยละ 30

ข้อ 11 กำหนดว่าพัสดุส่งเสริมนวัตกรรมคือสินค้าหรือบริการที่มีรายชื่อตามบัญชีนวัตกรรมไทยของสำนักงบประมาณ (ไม่รวมยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาตามหมวด 5) ข้อ 12 กำหนดให้เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม และข้อ 13 กำหนดว่าหน่วยงานของรัฐต้องใช้เงินงบประมาณซื้อจ้างพัสดุกลุ่มนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณสำหรับพัสดุที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทย ถ้ามีผู้ขายหรือผู้ให้บริการรายเดียวให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ถ้ามีตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปให้ใช้วิธีคัดเลือกและแจ้งทุกรายเข้าเสนอราคา ข้อ 11ข้อ 12ข้อ 13

พัสดุส่งเสริมสุขภาพและสาธารณสุข — ยา เวชภัณฑ์ วัคซีน

ข้อ 15 กำหนดรายการ ได้แก่ ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาและเวชภัณฑ์ที่องค์การเภสัชกรรม สภากาชาดไทย หรือโรงงานเภสัชกรรมทหารผลิตหรือมีจำหน่าย ยาและเวชภัณฑ์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย ผลิตภัณฑ์ที่สภากาชาดไทยผลิตเอง และวัคซีนที่ผลิตในประเทศ ข้อ 16 กำหนดให้ราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคใช้เงินงบประมาณซื้อยาในบัญชียาหลักแห่งชาติตามชื่อสามัญ (generic name) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเงินงบประมาณในการจัดซื้อยา ข้อ 17 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่องค์การเภสัชกรรมหรือสภากาชาดไทยผลิตออกจำหน่ายแล้วโดยวิธีเฉพาะเจาะจง (หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมซื้อจากโรงงานเภสัชกรรมทหาร) และซื้อจากผู้ขายรายอื่นได้ถ้าหน่วยงานเหล่านั้นผลิตส่งให้ไม่ทันตามแผนประจำปีที่แจ้งล่วงหน้า ข้อ 19 กำหนดให้ซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยมูลค่ารวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของแผนความต้องการจัดซื้อยาตามชื่อสามัญหรือเวชภัณฑ์รายการที่ตรงกับบัญชีนวัตกรรมไทยทั้งหมดของหน่วยงานนั้น ข้อ 21 กำหนดให้ราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคซื้อวัคซีนที่ผลิตในประเทศโดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามระเบียบของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ข้อ 15ข้อ 16ข้อ 17ข้อ 19ข้อ 21

พัสดุส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ

ข้อ 23 กำหนดรายการ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์น้ำมันของโรงงานกลั่นน้ำมันฝาง กรมการพลังงานทหาร และงานจ้างบริการเกี่ยวกับไฟฟ้าและประปาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ข้อ 24 กำหนดว่าหน่วยงานของรัฐซื้อน้ำมันของ ปตท. ตั้งแต่ 10,000 ลิตรขึ้นไปโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และจ้างงานบริการไฟฟ้าและประปาจากหน่วยงานข้างต้นโดยวิธีเฉพาะเจาะจง หรือถ้าไม่ประสงค์จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง จะใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกก็ได้ ข้อ 23ข้อ 24

งานจ้างบริการห้องปฏิบัติการด้านอาหารและสินค้าเกษตร

ข้อ 25 กำหนดว่าพัสดุกลุ่มนี้คืองานจ้างบริการทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจวิเคราะห์ด้านอาหาร ความปลอดภัยอาหาร สินค้าเกษตร ปัจจัยการผลิต สิ่งแวดล้อม การตรวจรับรองมาตรฐาน และการสอบเทียบเครื่องมือ ข้อ 26 กำหนดผู้ให้บริการที่รัฐต้องการส่งเสริม คือ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด และอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ ข้อ 27 กำหนดให้จ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง หรือถ้าไม่ประสงค์จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง จะใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกก็ได้ ข้อ 25ข้อ 26ข้อ 27

พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand) — งานก่อสร้างต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

ข้อ 27/1 กำหนดว่าพัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศคือพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และข้อ 27/2 กำหนดให้พัสดุที่ขึ้นบัญชีไว้กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม ข้อ 27/3 กำหนดวิธีการ 3 กรณี คือ (1) การจัดซื้อ ให้ซื้อตามวิธีในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ถ้าพัสดุในประเทศไม่เพียงพอ มีผู้ยื่นข้อเสนอน้อยราย หรือจำเป็นต้องใช้พัสดุจากต่างประเทศ ให้เสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นพิจารณายกเว้น หากการจัดซื้อพัสดุในประเทศจะเป็นประโยชน์น้อยกว่า เว้นแต่เป็นการจัดหาอะไหล่ที่ต้องระบุคุณลักษณะเฉพาะและต้องนำเข้า หรือการจัดหาครั้งหนึ่งวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือราคาต่อหน่วยไม่เกิน 2,000,000 บาท ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณา (2) งานก่อสร้าง ให้กำหนดในแบบรูปรายการว่าให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้าง โดยต้องใช้เหล็กหรือเหล็กกล้าที่ผลิตในประเทศก่อนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าหรือปริมาณเหล็กทั้งหมดในงานนั้น ถ้าใช้ไม่ได้ตามอัตราต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นก่อน (3) งานจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง ให้กำหนดในขอบเขตของงานว่าให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้าง นอกจากนี้ถ้าผู้เสนอราคาที่เป็นคนไทยหรือนิติบุคคลไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคาต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3 ให้ซื้อจ้างจากผู้เสนอราคาไทย และหน่วยงานของรัฐต้องกำหนดวิธีให้คู่สัญญารายงานมูลค่าหรือปริมาณการใช้พัสดุในประเทศให้ทราบ ข้อ 27 1ข้อ 27 2ข้อ 27 3

พัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพัสดุส่งเสริมดิจิทัล

ข้อ 27/4 และข้อ 27/5 กำหนดให้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามบัญชีรายชื่อของกรมควบคุมมลพิษเป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม ข้อ 27/7 และข้อ 27/8 กำหนดให้พัสดุส่งเสริมดิจิทัล (โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ บริการดิจิทัล บริการคลาวด์ ฯลฯ) ที่ขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม วิธีการซื้อจ้างของทั้งสองกลุ่มตามข้อ 27/6 และข้อ 27/9 เหมือนกัน คือ ถ้ามีผู้ขายหรือผู้ให้บริการรายเดียวให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ถ้ามีตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปให้ใช้วิธีคัดเลือก และถ้าหน่วยงานไม่ประสงค์จะใช้สองวิธีนั้น จะใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก็ได้ ข้อ 27 4ข้อ 27 5ข้อ 27 6ข้อ 27 7ข้อ 27 8ข้อ 27 9

ที่ปรึกษาที่รัฐต้องการส่งเสริม — จ้างมหาวิทยาลัยของรัฐต้องใช้บุคลากรหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

ข้อ 28 กำหนดว่าที่ปรึกษาหมายถึงผู้ให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนา รวมถึงการให้บริการทางการศึกษาและทางวิชาการ ข้อ 29 แบ่งที่ปรึกษาที่รัฐต้องการส่งเสริมเป็นสองประเภท คือ (1) ที่ปรึกษาที่เป็นหน่วยงานของรัฐ เช่น สถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ (2) ที่ปรึกษาที่มิใช่หน่วยงานของรัฐ เช่น สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ มูลนิธิเพื่อสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ข้อ 30 กำหนดให้จ้างที่ปรึกษาตามข้อ 29 (1) (ข) ถึง (ช) และ (2) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง หรือจะใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกก็ได้ ข้อ 31 กำหนดว่าการจ้างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเป็นที่ปรึกษาต้องอยู่ในขอบเขตสาขาที่สถาบันนั้นเปิดสอน หัวหน้าโครงการหรือผู้บริหารโครงการต้องเป็นบุคลากรของสถาบันนั้น และการดำเนินงานต้องทำโดยบุคลากรหลักของสถาบันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดในโครงการ ข้อ 28ข้อ 29ข้อ 30ข้อ 31

คำถามที่พบบ่อย

อปท. จะจ้างก่อสร้างถนนหรืออาคาร ต้องเขียนเรื่องพัสดุที่ผลิตในประเทศไว้ในแบบรูปรายการอย่างไร

ข้อ 27/3 (2) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐกำหนดรายละเอียดในแบบรูปรายการงานก่อสร้างว่า "ให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้าง" โดยต้องใช้เหล็กหรือเหล็กกล้าที่เป็นพัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศก่อน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าหรือปริมาณเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนั้น ถ้าใช้เหล็กในประเทศแล้วยังไม่ครบร้อยละที่กำหนด ให้ใช้พัสดุในประเทศประเภทอื่นให้ครบ และหน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาต้องกำหนดวิธีปฏิบัติให้ผู้รับจ้างรายงานมูลค่าหรือปริมาณการใช้พัสดุในประเทศให้ทราบ ข้อ 27 3

ถ้างานก่อสร้างใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด ต้องทำอย่างไร

ข้อ 27/3 (2) วรรคท้าย กำหนดว่าในกรณีที่ไม่สามารถใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศได้ตามอัตราที่กำหนด หน่วยงานของรัฐต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นก่อน ข้อ 27 3

ซื้อของจาก SME ต้องใช้งบประมาณสัดส่วนเท่าใด และใช้วิธีใด

ข้อ 7 (2) (ก) กำหนดให้ใช้เงินงบประมาณซื้อจ้างพัสดุจาก SME ที่ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณสำหรับพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายการพัสดุและบัญชีรายชื่อ SME โดยถ้าจังหวัดที่หน่วยงานตั้งอยู่มี SME ขึ้นบัญชีไม่น้อยกว่า 3 รายและมีกำลังผลิตหรือส่งมอบได้ ให้ใช้วิธีคัดเลือกจาก SME ในจังหวัดนั้น ถ้ามีน้อยกว่า 3 ราย ให้ใช้วิธีคัดเลือกจาก SME ทั้งหมดที่ขึ้นบัญชี ข้อ 7

ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว SME เสนอราคาสูงกว่ารายที่ต่ำสุด ยังต้องซื้อจาก SME หรือไม่

ข้อ 7 วรรคสอง กำหนดว่าถ้าหน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด และ SME ที่ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ให้ซื้อจ้างจาก SME รายนั้น โดยเรียงลำดับ SME ที่เสนอราคาอยู่ในเกณฑ์นี้ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย แล้วเรียกมาทำสัญญาตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 7

ซื้อพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ หรือเครื่องมือการเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร วงเงินเท่าใดใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้

ข้อ 4 (5) กำหนดว่าพัสดุตามข้อ 3 (8) หรือ (9) ที่มีราคาต่อหน่วยไม่เกิน 100,000 บาทและมีราคารวมไม่เกิน 500,000 บาท ให้ซื้อจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด ร้านสหกรณ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับรอง หรือกลุ่มเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตและเป็นนิติบุคคล โดยวิธีเฉพาะเจาะจง แต่ถ้าราคารวมเกิน 500,000 บาท ให้ใช้วิธีคัดเลือกและแจ้งหน่วยงานดังกล่าวเข้าเสนอราคา ข้อ 3ข้อ 4

จะจ้างมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ข้อ 31 กำหนดว่าต้องจ้างในขอบเขตสาขาที่สถาบันอุดมศึกษานั้นจัดให้มีการเรียนการสอน เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมทางวิชาการและการวิจัย โดยหัวหน้าโครงการหรือผู้บริหารโครงการต้องเป็นบุคลากรของสถาบันนั้น และการดำเนินงานต้องทำโดยบุคลากรหลักของสถาบันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดในโครงการ การจ้างให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง หรือถ้าไม่ประสงค์จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง จะใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกก็ได้ และการให้บริการนั้นต้องไม่กระทบเสียหายต่อการเรียนการสอนและการวิจัยตามปกติของสถาบัน ข้อ 31

คำปรารภ / อำนาจในการตรา

กฎกระทรวง

กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน

พ.ศ. 2563

คำอธิบายในหน้านี้จัดทำโดยทีมโยธาไทยจากตัวบทที่มีในระบบเท่านั้น ระบุเลขข้อกำกับทุกข้อเพื่อให้ตรวจสอบกลับได้ — เป็นเครื่องมือช่วยอ่าน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย · ปรับปรุง 25 กันยายน 2569

พ.ศ. 2563

ตัวบทเต็ม กฎกระทรวงพัสดุที่รัฐส่งเสริม/สนับสนุน 2563

ทั้งฉบับ 40 ข้อ — กำลังโหลดตัวบทพร้อมสารบัญและจุดเชื่อมโยง… หากหน้านี้ไม่แสดงตัวบท เริ่มอ่านที่ ข้อ 1 แล้วกด "ถัดไป" ทีละข้อได้