ปกกฎหมาย: ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — ระเบียบ 223 ข้อ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ระเบียบขั้นตอนปฏิบัติจริงของการซื้อ จ้าง ทำสัญญา ตรวจรับ ควบคุมงาน และบริหารพัสดุ ออกตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ

  • ระเบียบ พ.ศ. 2560
  • 223 ข้อ
  • 27 หมวด/ส่วน
  • 3 ข้อเคยถูกแก้ไข
  • หมวด: จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ใครต้องใช้ ใช้ตอนไหน

เจ้าหน้าที่พัสดุและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของ อปท. และส่วนราชการกรรมการซื้อหรือจ้าง กรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ควบคุมงานก่อสร้างช่าง/วิศวกรที่กำหนดสเปก จัดทำแบบรูปรายการ และตรวจงานจ้างก่อสร้าง
  • ต้องจัดทำและเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี หรือขอเปลี่ยนแปลงแผน ข้อ 11ข้อ 13
  • ต้องกำหนดขอบเขตของงาน สเปกพัสดุ หรือแบบรูปรายการงานก่อสร้าง และทำรายงานขอซื้อขอจ้าง ข้อ 21ข้อ 22
  • ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการซื้อหรือจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และประชุมลงมติ ข้อ 25ข้อ 26ข้อ 27
  • ต้องเลือกวิธีซื้อหรือจ้างให้ตรงกับวงเงิน ทั้งตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ สอบราคา คัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจง ข้อ 28ข้อ 29ข้อ 30ข้อ 31ข้อ 32
  • ต้องกำหนดค่าปรับในสัญญา กำหนดหรือคืนหลักประกันการเสนอราคาและหลักประกันสัญญา ข้อ 162ข้อ 166ข้อ 168ข้อ 170
  • ต้องตรวจรับพัสดุ ตรวจงานจ้างก่อสร้าง หรือทำหน้าที่ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ 175ข้อ 176ข้อ 177ข้อ 178
  • คู่สัญญาส่งงานล่าช้า ต้องเรียกค่าปรับ พิจารณาขยายเวลา หรือบอกเลิกสัญญา ข้อ 181ข้อ 182ข้อ 183
  • ต้องตรวจสอบพัสดุประจำปี จำหน่ายพัสดุที่หมดความจำเป็น หรือให้ยืมพัสดุ ข้อ 208ข้อ 213ข้อ 215

สาระสำคัญ — อ้างเลขข้อได้ทุกข้อ

ผู้มีอำนาจ การมอบอำนาจ ระบบ e-GP และแผนจัดซื้อจัดจ้าง

ข้อ 4 นิยามหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ สำหรับราชการส่วนท้องถิ่นคือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือนายกเมืองพัทยา ข้อ 7 ให้มอบอำนาจเป็นหนังสือแก่ผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐเดียวกันได้ ผู้รับมอบจะมอบต่อไม่ได้ เว้นแต่กรณีที่ระเบียบกำหนด เช่น การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้มอบต้องส่งสำเนาหลักฐานให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทุกครั้ง ข้อ 9 ให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง และข้อ 11 ให้จัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีซึ่งอย่างน้อยต้องมีชื่อโครงการ วงเงินโดยประมาณ และระยะเวลาที่คาดว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง แล้วประกาศเผยแพร่ในระบบของกรมบัญชีกลาง หากไม่ได้ประกาศแผนโครงการใด จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนั้นไม่ได้ ข้อ 4ข้อ 7ข้อ 9ข้อ 11

ห้ามแบ่งซื้อแบ่งจ้าง การกำหนดสเปก และรายงานขอซื้อขอจ้าง

ข้อ 20 ห้ามแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินในครั้งเดียวกันเพื่อให้วิธีการซื้อจ้างหรืออำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไป ข้อ 21 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการหรือบุคคลจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ถ้าพัสดุใดมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้วให้กำหนดตามมาตรฐานนั้นหรือระบุเฉพาะหมายเลขมาตรฐานก็ได้ ส่วนงานก่อสร้างให้แต่งตั้งคณะกรรมการหรือบุคคลจัดทำแบบรูปรายการ หรือจ้างออกแบบตามหมวด 4 ก็ได้ ข้อ 22 ให้เจ้าหน้าที่ทำรายงานขอซื้อหรือขอจ้างเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องมีรายการ 8 ข้อ เช่น เหตุผลความจำเป็น ขอบเขตงาน ราคากลาง วงเงิน กำหนดเวลาที่ต้องการใช้ วิธีที่จะซื้อจ้างและเหตุผล และหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก กรณีเร่งด่วน ฉุกเฉิน หรือวงเงินเล็กน้อยตามกฎกระทรวง จะทำรายงานเฉพาะรายการที่จำเป็นก็ได้ ข้อ 20ข้อ 21ข้อ 22

คณะกรรมการซื้อหรือจ้างและการลงมติ

ข้อ 25 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการซื้อหรือจ้างพร้อมกำหนดระยะเวลาพิจารณา แล้วแต่กรณี ได้แก่ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ คณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคา คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ข้อ 26 กำหนดให้แต่ละคณะมีประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน แต่งตั้งจากข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ หรือพนักงานของรัฐ จะตั้งบุคคลอื่นร่วมด้วยก็ได้แต่ต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการดังกล่าว และห้ามตั้งกรรมการพิจารณาผลหรือกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน ข้อ 27 กำหนดองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและประธานต้องอยู่ด้วยทุกครั้ง มติถือเสียงข้างมาก เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์ กรรมการที่ไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ และระเบียบฉบับแก้ไขเพิ่มเติมได้เพิ่มความว่าการประชุมอาจประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ข้อ 25ข้อ 26ข้อ 27

วิธีซื้อหรือจ้างและวงเงินของแต่ละวิธี

ข้อ 28 กำหนดว่าการซื้อหรือจ้างทำได้ 3 วิธี คือ ประกาศเชิญชวนทั่วไป คัดเลือก และเฉพาะเจาะจง ข้อ 29 แยกวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปเป็น 3 วิธีย่อย ข้อ 30 วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) ใช้กับพัสดุที่ไม่ซับซ้อนและมีในระบบข้อมูลสินค้า (e-catalog) แบ่งเป็นการเสนอราคาโดยใบเสนอราคาสำหรับวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท และการประมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับวงเงินเกิน 5,000,000 บาท ข้อ 31 วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ใช้กับวงเงินเกิน 500,000 บาท ที่ไม่ได้กำหนดไว้ใน e-catalog ข้อ 32 วิธีสอบราคาใช้กับวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท เฉพาะหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยต้องระบุเหตุผลไว้ในรายงานขอซื้อหรือขอจ้าง ข้อ 28ข้อ 29ข้อ 30ข้อ 31ข้อ 32

ขั้นตอนประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ข้อ 45 กำหนดว่าการซื้อหรือจ้างวงเงินเกิน 5,000,000 บาท ต้องนำร่างประกาศและร่างเอกสารไปเผยแพร่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการก่อน ส่วนวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ข้อ 46 ให้เผยแพร่ร่างติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ข้อ 51 กำหนดระยะเวลาเผยแพร่ประกาศตามวงเงิน คือ เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ เกิน 5,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท ไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ เกิน 10,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท ไม่น้อยกว่า 12 วันทำการ และเกิน 50,000,000 บาท ไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ ข้อ 54 ให้ผู้ประกอบการเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียว และห้ามร่นหรือเลื่อนวันเสนอราคา ข้อ 55 ให้คณะกรรมการพิจารณาผลตรวจสอบผลประโยชน์ร่วมกันและเอกสาร แล้วจัดลำดับผู้เสนอราคาต่ำสุดหรือคะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน 3 ราย ข้อ 56 กำหนดว่าถ้ามีผู้ยื่นข้อเสนอถูกต้องเพียงรายเดียว โดยหลักให้เสนอยกเลิก แต่ถ้ามีเหตุผลสมควรจะดำเนินการต่อก็ได้ และข้อ 57 กำหนดว่าถ้าราคาผู้ชนะสูงกว่าวงเงิน ให้ต่อรองราคา ถ้าราคาใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินหรือสูงกว่าไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินและเห็นว่าเหมาะสม ให้เสนอซื้อหรือจ้างได้ ข้อ 45ข้อ 46ข้อ 51ข้อ 54ข้อ 55ข้อ 56ข้อ 57

วิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง

ข้อ 74 ให้คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกทำหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขไม่น้อยกว่า 3 ราย เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้ประกอบการน้อยกว่านั้น รับซองเฉพาะรายที่เชิญ และพ้นกำหนดแล้วห้ามรับเอกสารเพิ่ม ข้อ 78 ให้คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงเชิญผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งมายื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรอง ถ้าราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่ประมาณได้ให้ต่อรองลงเท่าที่จะทำได้ ข้อ 79 กำหนดว่ากรณีวงเงินไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) ให้เจ้าหน้าที่เจรจาตกลงราคากับผู้ประกอบการโดยตรง แล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบ และกรณีเร่งด่วนที่ไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน ให้ดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบ เมื่อเห็นชอบแล้วให้ถือรายงานนั้นเป็นหลักฐานการตรวจรับ ข้อ 74ข้อ 78ข้อ 79

อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างและการจ่ายเงินล่วงหน้า

ข้อ 84 ถึงข้อ 86 กำหนดอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างครั้งหนึ่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ คือ วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปไม่เกิน 200,000,000 บาท วิธีคัดเลือกไม่เกิน 100,000,000 บาท และวิธีเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 50,000,000 บาท ถ้าเกินวงเงินดังกล่าวเป็นอำนาจของผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นตามบัญชีแนบท้ายระเบียบ ข้อ 89 ห้ามจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าจำเป็นและกำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนทำสัญญา โดยการซื้อหรือจ้างจากหน่วยงานของรัฐจ่ายได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบ และการซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง (นอกจากกรณีวงเงินตามกฎกระทรวง) ตามข้อ 89 (4) จ่ายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของราคาซื้อหรือราคาจ้าง ซึ่งต้องกำหนดอัตราไว้ในประกาศหรือหนังสือเชิญชวน และข้อ 91 กำหนดว่าเงินล่วงหน้าตามข้อ 89 (4) คู่สัญญาต้องนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารในประเทศมาค้ำประกัน ข้อ 84ข้อ 85ข้อ 86ข้อ 87ข้อ 89ข้อ 91

งานจ้างที่ปรึกษา และงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง

ข้อ 101 กำหนดว่าที่ปรึกษาต้องขึ้นทะเบียนกับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง ข้อ 106 ให้คณะกรรมการดำเนินงานจ้างที่ปรึกษามีประธาน 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 4 คน ข้อ 127 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งจ้างที่ปรึกษาได้ไม่เกิน 100,000,000 บาท ข้อ 131 กำหนดว่าราชการส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีหน่วยงานออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง อาจขอความร่วมมือกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมศิลปากร หรือหน่วยงานของรัฐอื่นก่อนก็ได้ ข้อ 133 ห้ามผู้ให้บริการออกแบบหรือควบคุมงานเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างในงานเดียวกัน หรือรับจ้างให้กับคู่สัญญาของหน่วยงานในงานนั้น ข้อ 134 กำหนดว่าผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทยและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมหรือวิศวกรรม ถ้าเป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเป็นคนไทยและมีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยเกินร้อยละห้าสิบ ข้อ 144 กำหนดวิธีจ้างออกแบบหรือควบคุมงาน 4 วิธี คือ ประกาศเชิญชวนทั่วไป คัดเลือก เฉพาะเจาะจง และประกวดแบบ และข้อ 158 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งจ้างออกแบบหรือควบคุมงานได้ไม่เกิน 50,000,000 บาท ข้อ 101ข้อ 106ข้อ 127ข้อ 131ข้อ 133ข้อ 134ข้อ 144ข้อ 158

การทำสัญญาและค่าปรับ

ข้อ 161 กำหนดว่าการลงนามในสัญญาและการแก้ไขสัญญาเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และลงนามได้เมื่อพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ ข้อ 162 ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ งานจ้างที่ต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกันให้กำหนดร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้าง แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท และงานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจรให้กำหนดร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้าง ส่วนสัญญาจ้างที่ปรึกษาถ้าจะกำหนดค่าปรับให้ใช้ร้อยละ 0.01 - 0.10 ทั้งนี้ต้องระบุเรื่องค่าปรับในเอกสารเชิญชวนให้ชัดเจน ข้อ 164 ให้ส่งสำเนาสัญญาที่มีมูลค่าตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไปให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับแต่วันทำสัญญา และข้อ 165 กำหนดว่าการแก้ไขสัญญาต้องอยู่ในขอบข่ายวัตถุประสงค์เดิม โดยเปรียบเทียบคุณภาพและราคาก่อน ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงหรืองานเทคนิคเฉพาะ ต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร สถาปนิก หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่รับผิดชอบด้วย ข้อ 161ข้อ 162ข้อ 164ข้อ 165

หลักประกันการเสนอราคา หลักประกันสัญญา และการคืนหลักประกัน

ข้อ 166 กำหนดให้มีหลักประกันการเสนอราคาสำหรับการซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างด้วยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ที่มีวงเงินเกินกว่า 5,000,000 บาท ข้อ 167 ให้ใช้หลักประกันสัญญาอย่างหนึ่งอย่างใด ได้แก่ เงินสด เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย ข้อ 168 ให้กำหนดมูลค่าหลักประกันร้อยละห้าของวงเงินงบประมาณหรือราคาพัสดุ ถ้าเป็นงานที่มีความสำคัญเป็นพิเศษกำหนดสูงกว่าร้อยละห้าได้แต่ไม่เกินร้อยละสิบ ข้อ 170 ให้คืนหลักประกันการเสนอราคาภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบรายงานผลคัดเลือก เว้นแต่รายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดไม่เกิน 3 ราย ให้คืนเมื่อทำสัญญาหรือพ้นจากข้อผูกพันแล้ว และคืนหลักประกันสัญญาโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกิน 15 วันนับถัดจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพัน ข้อ 171 กำหนดว่าถ้าแก้ไขสัญญาแล้ววงเงินเพิ่ม คู่สัญญาต้องนำหลักประกันมาวางเพิ่มเท่ากับส่วนที่เพิ่ม และข้อ 173 ให้งานก่อสร้างที่จ่ายเงินเป็นงวดหักเงินประกันผลงานแต่ละงวดได้ตามอัตราที่หน่วยงานกำหนด โดยคู่สัญญาขอคืนได้เมื่อนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางแทน ข้อ 166ข้อ 167ข้อ 168ข้อ 170ข้อ 171ข้อ 173

การตรวจรับพัสดุ งานจ้างก่อสร้าง และผู้ควบคุมงาน

ข้อ 175 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุหรือสถานที่ตามสัญญา ตรวจรับในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำมาส่ง ทำใบตรวจรับอย่างน้อย 2 ฉบับ ถ้าส่งมอบไม่ครบหรือไม่ถูกต้องให้ตรวจรับเฉพาะส่วนที่ถูกต้องและรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายใน 3 วันทำการ ข้อ 176 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างตรวจสอบคุณวุฒิของผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างตามกฎหมายควบคุมอาคาร ตรวจรายงานของผู้ควบคุมงานกับแบบรูปรายการทุกสัปดาห์ ออกตรวจงาน ณ สถานที่ก่อสร้าง มีอำนาจสั่งแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานตามหลักวิชาการช่างเมื่อแบบคลาดเคลื่อนเล็กน้อย และโดยปกติต้องตรวจผลงานที่ส่งมอบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ประธานกรรมการทราบการส่งมอบ ข้อ 177 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งผู้ควบคุมงานที่มีความรู้ความชำนาญด้านช่างจากบุคลากรของรัฐ โดยปกติต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และข้อ 178 ให้ผู้ควบคุมงานตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ก่อสร้างทุกวัน สั่งหยุดงานได้ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตาม สั่งพักงานถ้าเห็นว่าแบบขัดกันหรือทำแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง จดบันทึกการปฏิบัติงานเป็นรายวันอย่างน้อย 2 ฉบับ รายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทุกสัปดาห์ และรายงานผลในวันเริ่มงานและวันครบกำหนดส่งมอบแต่ละงวดภายใน 3 วันทำการ ข้อ 175ข้อ 176ข้อ 177ข้อ 178

ค่าปรับ ขยายเวลา บอกเลิกสัญญา ผู้ทิ้งงาน และการตรวจสอบและจำหน่ายพัสดุ

ข้อ 181 ให้แจ้งเรียกค่าปรับจากคู่สัญญาภายใน 7 วันทำการนับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบ และบอกสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับขณะรับมอบพัสดุ ข้อ 182 ให้ระบุในสัญญาว่าคู่สัญญาต้องแจ้งเหตุที่ทำให้ส่งมอบไม่ทัน เช่น เหตุสุดวิสัย ภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่เหตุสิ้นสุด ถ้าไม่แจ้งจะยกมาขอขยายเวลาหรือของดลดค่าปรับภายหลังไม่ได้ เว้นแต่เป็นความผิดของหน่วยงานของรัฐที่มีหลักฐานชัดแจ้ง ข้อ 183 กำหนดว่าถ้าค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้พิจารณาบอกเลิกสัญญา เว้นแต่คู่สัญญายินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไข ข้อ 192 ห้ามหน่วยงานของรัฐก่อนิติสัมพันธ์กับผู้ทิ้งงานที่ถูกแจ้งเวียนชื่อแล้ว ข้อ 193 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเสนอความเห็นไปยังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน ข้อ 213 ให้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบตรวจสอบพัสดุประจำปีภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณ เริ่มตรวจในวันเปิดทำการวันแรกของปีงบประมาณ และรายงานภายใน 30 วันทำการ ข้อ 215 ให้จำหน่ายพัสดุที่หมดความจำเป็นโดยการขาย แลกเปลี่ยน โอน หรือแปรสภาพหรือทำลาย โดยการขายให้ทอดตลาดก่อน เว้นแต่ราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน 500,000 บาท จะขายโดยวิธีเฉพาะเจาะจงก็ได้ และข้อ 217 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุมัติจำหน่ายเป็นสูญได้เมื่อราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน 1,000,000 บาท ถ้าเกินนั้นราชการส่วนท้องถิ่นต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือนายกเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี เป็นผู้อนุมัติ ข้อ 181ข้อ 182ข้อ 183ข้อ 192ข้อ 193ข้อ 213ข้อ 215ข้อ 217

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อของหรือจ้างงานวงเงินเล็กน้อย ต้องตั้งคณะกรรมการและทำหนังสือเชิญชวนหรือไม่

ข้อ 79 กำหนดว่ากรณีวงเงินไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) ให้เจ้าหน้าที่เจรจาตกลงราคากับผู้ประกอบการที่มีอาชีพขายหรือรับจ้างนั้นโดยตรง แล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบตามข้อ 24 และข้อ 22 วรรคสอง ให้ทำรายงานขอซื้อหรือขอจ้างเฉพาะรายการที่จำเป็นได้ ส่วนตัวเลขวงเงินอยู่ในกฎกระทรวงกำหนดวงเงินฯ ไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ ข้อ 79ข้อ 22ข้อ 24

ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องเผยแพร่ประกาศกี่วัน

ข้อ 51 กำหนดตามวงเงิน คือ เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ เกิน 5,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท ไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ เกิน 10,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท ไม่น้อยกว่า 12 วันทำการ และเกิน 50,000,000 บาท ขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ โดยต้องคำนึงถึงเวลาที่ผู้ประกอบการใช้เตรียมเอกสารด้วย และข้อ 46 กำหนดว่าถ้ามีการรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศ ให้เผยแพร่ร่างติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วันทำการก่อน ข้อ 51ข้อ 46

ค่าปรับงานจ้างก่อสร้างต้องกำหนดเท่าใด

ข้อ 162 กำหนดให้ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ แต่งานจ้างที่ต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกันให้กำหนดค่าปรับรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้าง และต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท ส่วนงานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจร ให้กำหนดร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้าง โดยอาจกำหนดขั้นสูงสุดของการปรับได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด และต้องระบุเรื่องค่าปรับในเอกสารเชิญชวนให้ชัดเจน ข้อ 162

กรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับงาน ต้องทำอย่างไร

ข้อ 27 กำหนดว่ามติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุต้องเป็นมติเอกฉันท์ และกรรมการที่ไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ ข้อ 176 (7) กำหนดว่าในงานจ้างก่อสร้าง ถ้ากรรมการบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งให้ตรวจรับงานนั้นไว้ จึงทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานตาม (6) ต่อไป และข้อ 175 (7) กำหนดทำนองเดียวกันสำหรับงานซื้อหรืองานจ้างทั่วไป ข้อ 27ข้อ 175ข้อ 176

ผู้รับจ้างส่งงานล่าช้าเพราะเหตุสุดวิสัยหรือหน่วยงานส่งมอบพื้นที่ช้า ต้องทำอย่างไร

ข้อ 182 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐระบุในสัญญาว่าคู่สัญญาต้องแจ้งเหตุที่ทำให้ส่งมอบไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ เหตุสุดวิสัย หรือเหตุที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ให้หน่วยงานทราบภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง ถ้าไม่แจ้งภายในกำหนดจะยกมาของดหรือลดค่าปรับหรือขอขยายเวลาภายหลังไม่ได้ เว้นแต่เป็นเหตุจากความผิดของหน่วยงานของรัฐที่มีหลักฐานชัดแจ้งหรือหน่วยงานทราบดีอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายหน่วยงาน ข้อ 181 กำหนดให้แจ้งเรียกค่าปรับภายใน 7 วันทำการนับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบ และบอกสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับขณะรับมอบพัสดุ ข้อ 181ข้อ 182

หลักประกันสัญญาคืนได้เมื่อใด

ข้อ 170 (2) กำหนดให้คืนหลักประกันสัญญาแก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกิน 15 วันนับถัดจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญา ระหว่างระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง ข้อ 184 ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุดูแลบำรุงรักษาและตรวจสอบความชำรุดบกพร่อง ข้อ 185 ถ้าพบความชำรุดให้รีบรายงานเพื่อแจ้งผู้ขายหรือผู้รับจ้างแก้ไขทันที และข้อ 186 กำหนดว่าเมื่อสัญญาจะครบกำหนดรับประกัน ให้หน่วยงานพิจารณาความชำรุดบกพร่องของพัสดุก่อน จากนั้นจึงคืนหลักประกันสัญญา ข้อ 170ข้อ 184ข้อ 185ข้อ 186

คำปรารภ / อำนาจในการตรา

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

พ.ศ. 2560

คำอธิบายในหน้านี้จัดทำโดยทีมโยธาไทยจากตัวบทที่มีในระบบเท่านั้น ระบุเลขข้อกำกับทุกข้อเพื่อให้ตรวจสอบกลับได้ — เป็นเครื่องมือช่วยอ่าน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย · ปรับปรุง 25 กันยายน 2569

พ.ศ. 2560

ตัวบทเต็ม ระเบียบกระทรวงการคลังฯ 2560

ทั้งฉบับ 223 ข้อ — กำลังโหลดตัวบทพร้อมสารบัญและจุดเชื่อมโยง… หากหน้านี้ไม่แสดงตัวบท เริ่มอ่านที่ ข้อ 1 แล้วกด "ถัดไป" ทีละข้อได้