ปกกฎหมาย: กฎกระทรวงกำหนดการออกแบบโครงสร้างอาคารและลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร พ.ศ. 2566 — กฎกระทรวง 25 ข้อ
ก่อสร้างและช่าง

กฎกระทรวงกำหนดการออกแบบโครงสร้างอาคารและลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร พ.ศ. 2566

กฎกระทรวงกำหนดน้ำหนักบรรทุก ชุดตัวคูณน้ำหนักบรรทุก แรงลม วัสดุ และอัตราการทนไฟของโครงสร้างอาคาร

  • กฎกระทรวง พ.ศ. 2566
  • 25 ข้อ
  • 8 หมวด/ส่วน
  • หมวด: ก่อสร้างและช่าง

ใครต้องใช้ ใช้ตอนไหน

วิศวกรโยธาผู้ออกแบบและคำนวณโครงสร้างสถาปนิกและผู้เขียนแบบก่อสร้างเจ้าพนักงานท้องถิ่นและนายช่างผู้ตรวจแบบและรายการคำนวณ
  • จะเลือกวิธีออกแบบโครงสร้าง (วิธีหน่วยแรงที่ยอมให้ หรือวิธีตัวคูณความต้านทานและน้ำหนักบรรทุก) และต้องใช้ชุดตัวคูณน้ำหนักบรรทุกที่กฎหมายกำหนด ข้อ 5ข้อ 6ข้อ 7
  • จะกำหนดน้ำหนักบรรทุกจรขั้นต่ำของพื้นตามประเภทการใช้อาคาร เช่น บ้านพักอาศัย สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล คลังสินค้า ลานจอดรถ ข้อ 11ข้อ 12
  • จะลดน้ำหนักบรรทุกจรที่ถ่ายลงเสา กำแพง หรือฐานรากตามจำนวนชั้นของอาคาร ข้อ 13ข้อ 14
  • ออกแบบโครงสร้างที่รองรับลิฟต์ เครื่องจักร หรือพื้นและระเบียงแบบแขวน ต้องคิดแรงกระแทกเพิ่ม ข้อ 15ข้อ 16
  • อาคารเข้าข่ายงานวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ต้องคำนวณแรงลม ข้อ 17
  • ต้องกำหนดอัตราการทนไฟของโครงสร้างหลักและระยะหุ้มคอนกรีตของอาคารที่กฎหมายกำหนด ข้อ 21ข้อ 22ข้อ 23ข้อ 24
  • จะใช้วิธีออกแบบหรือวัสดุโครงสร้างนอกเหนือจากที่กำหนด ต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ประกอบการขออนุญาต ข้อ 3ข้อ 5ข้อ 20
  • อาคารที่ได้รับใบอนุญาต ใบรับแจ้ง หรือยื่นขอไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ข้อ 25

สาระสำคัญ — อ้างเลขข้อได้ทุกข้อ

วันใช้บังคับและกฎกระทรวงที่ถูกยกเลิก

ข้อ 1 กำหนดให้กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข้อ 2 ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2527) ฉบับที่ 48 (พ.ศ. 2540) และฉบับที่ 60 (พ.ศ. 2549) ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 1ข้อ 2

นิยามที่ใช้ทั้งฉบับ

ข้อ 3 นิยาม "ผู้ออกแบบและคำนวณ" ว่าเป็นวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธาตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร "สถาบันที่เชื่อถือได้" คือส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจด้านวิศวกรรม นิติบุคคลผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่มีวุฒิวิศวกรโยธาเป็นผู้ให้คำปรึกษา หรือสถาบันอุดมศึกษาตามที่อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองประกาศ "โครงสร้างหลัก" คือส่วนที่สำคัญต่อความมั่นคงของอาคาร เช่น เสา กำแพงรับน้ำหนัก กำแพงรับแรงเฉือน คาน ตง พื้น ฐานราก "น้ำหนักบรรทุกจร" คือน้ำหนักจากการใช้งานปกติ ไม่รวมน้ำหนักบรรทุกคงที่ น้ำหนักระหว่างก่อสร้าง และแรงจากสภาพแวดล้อม และ "วัสดุไม่ติดไฟ" เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ข้อ 3

คุณลักษณะของอาคารและวิธีออกแบบที่ใช้ได้

ข้อ 4 กำหนดว่าอาคารต้องมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยภายใต้น้ำหนักบรรทุก มีสภาพการใช้งานเหมาะสมโดยไม่เปลี่ยนรูปหรือแตกร้าวจนกระทบการใช้งาน คงทนตลอดอายุการใช้งาน และทนทานต่ออัคคีภัย ข้อ 5 กำหนดให้ใช้วิธีออกแบบและคำนวณตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารประกาศกำหนด แต่ผู้ออกแบบและคำนวณจะใช้วิธีอื่นก็ได้ ถ้ามีเอกสารรับรองวิธีการจากสถาบันที่เชื่อถือได้ประกอบการขออนุญาต และความมั่นคงแข็งแรงต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ข้อ 4ข้อ 5

ชุดตัวคูณน้ำหนักบรรทุก วิธีหน่วยแรงที่ยอมให้

ข้อ 6 กำหนดชุดน้ำหนักบรรทุกใช้งาน (นง.) สำหรับวิธีหน่วยแรงที่ยอมให้ ดังนี้ กรณีคิดเฉพาะน้ำหนักบรรทุกคงที่และจร นง. = นค. + นจ. กรณีคิดแรงลม นง. = นค. + 0.75 (นจ. + รล.) และ นง. = 0.6 นค. + รล. กรณีคิดแรงแผ่นดินไหว นง. = นค. + 0.7 รผ. นง. = นค. + 0.525 รผ. + 0.75 นจ. และ นง. = 0.6 นค. + 0.7 รผ. กรณีคิดแรงดันดิน แรงดันน้ำ แรงดันของเหลว และผลของอุณหภูมิ การหดตัว การคืบ และการทรุดตัว นง. = นค. + นจ. + รด. + รข. + รท. โดย นจ. รวมแรงกระแทกด้วย ข้อ 6

ชุดตัวคูณน้ำหนักบรรทุก วิธีตัวคูณความต้านทานและน้ำหนักบรรทุก

ข้อ 7 กำหนดชุดน้ำหนักบรรทุกปรับค่า (นป.) สำหรับวิธีตัวคูณความต้านทานและน้ำหนักบรรทุก ดังนี้ กรณีคิดเฉพาะน้ำหนักบรรทุกคงที่และจร นป. = 1.4 นค. + 1.7 นจ. กรณีคิดแรงลม นป. = 0.75 (1.4 นค. + 1.7 นจ.) + 1.6 รล. และ นป. = 0.9 นค. + 1.6 รล. กรณีคิดแรงแผ่นดินไหว นป. = 0.75 (1.4 นค. + 1.7 นจ.) + 1.0 รผ. และ นป. = 0.9 นค. + 1.0 รผ. กรณีคิดแรงดันดินหรือแรงดันน้ำด้านข้าง นป. = 1.4 นค. + 1.7 นจ. + 1.7 รด. และ นป. = 0.9 นค. + 1.7 รด. กรณีคิดแรงดันของเหลว นป. = 1.4 นค. + 1.7 นจ. + 1.4 รข. และ นป. = 0.9 นค. + 1.4 รข. กรณีคิดผลของอุณหภูมิ การหดตัว การคืบ และการทรุดตัว นป. = 0.75 (1.4 นค. + 1.4 รท. + 1.7 นจ.) และ นป. = 1.4 นค. + 1.4 รท. ข้อ 7

ตัวคูณลดกำลัง (คสล.) และตัวคูณความต้านทาน (เหล็ก)

ข้อ 8 กำหนดว่าตัวคูณความต้านทานหรือตัวคูณลดกำลังให้เป็นไปตามประกาศของรัฐมนตรี และสำหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่ได้วิบัติในลักษณะเฉพาะแห่ง ให้ใช้ค่าตามตาราง แยกเป็นกรณีที่ระบุมาตรฐานงานก่อสร้างและควบคุมคุณภาพวัสดุเป็นอย่างดี กับกรณีที่ไม่ระบุ ตามลำดับ คือ แรงดัดที่ไม่มีแรงตามแนวแกน 0.90 และ 0.75 แรงดึงตามแนวแกน 0.90 และ 0.75 แรงอัดตามแนวแกนของเสาที่รัดด้วยเหล็กปลอกเกลียว 0.75 และ 0.625 เสาที่รัดด้วยเหล็กปลอกเดี่ยว 0.70 และ 0.60 แรงเฉือนและแรงบิด 0.85 และ 0.70 แรงแบกทานบนคอนกรีต 0.70 และ 0.60 สำหรับอาคารโครงสร้างเหล็ก ตัวคูณความต้านทานคือ องค์อาคารรับแรงดึงที่สภาวะการคราก 0.90 ที่สภาวะการขาด 0.75 องค์อาคารรับแรงอัด 0.90 รับแรงดัด 0.90 รับแรงเฉือน 0.90 และจุดต่อหรือสลักเกลียวทั้งแรงดึงและแรงเฉือน 0.75 ข้อ 8

น้ำหนักบรรทุกคงที่

ข้อ 9 กำหนดให้คำนวณน้ำหนักบรรทุกคงที่ของวัสดุก่อสร้างจากน้ำหนักจริงของวัสดุ หรือจากหน่วยน้ำหนักเฉลี่ยตามประกาศของรัฐมนตรีหรือหลักเกณฑ์ของส่วนราชการที่มีอำนาจ ข้อ 10 กำหนดให้รวมน้ำหนักของอุปกรณ์ที่ยึดแน่นกับอาคารเป็นการถาวรและวัสดุที่บรรจุภายใน เช่น ปล่อง ท่อ เครื่องจักร อุปกรณ์ปรับอากาศ อุปกรณ์ไฟฟ้า ลิฟต์ และน้ำหนักผนังกั้นห้องตามความเป็นจริง และถ้าบริเวณใดจะก่อสร้างผนังกั้นห้องแต่ยังไม่ระบุตำแหน่ง ผู้ออกแบบและคำนวณต้องคำนึงถึงน้ำหนักผนังนั้นด้วย ข้อ 9ข้อ 10

ตารางน้ำหนักบรรทุกจรขั้นต่ำ

ข้อ 11 กำหนดให้คำนวณน้ำหนักบรรทุกจรตามสภาพการใช้งานจริงหรือวิธีทางวิศวกรรมที่ยอมรับ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าตาราง (หน่วยกิโลกรัมต่อตารางเมตร) ตัวอย่างค่าสำคัญ ได้แก่ บ้านพักอาศัย ห้องต่าง ๆ ระเบียง และบันได 200 ห้องนอนโรงแรมและอาคารชุด 200 พื้นที่สำนักงานและห้องเรียน 250 ห้องประชุมที่นั่งยึดติดกับพื้น 300 ที่นั่งไม่ยึดติดกับพื้น 400 ห้องโถง บันได ช่องทางเดินของกลุ่มชุมนุม 500 ห้องเก็บหนังสือ 600 พื้นที่ขายปลีก 400 พื้นที่ขายส่ง 500 ห้องพักผู้ป่วยรวมและห้องผ่าตัด 300 คลังสินค้าและพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม 500 ลานจอดรถยนต์นั่งไม่เกินเจ็ดคนและรถจักรยานยนต์ 300 รถยนต์โดยสารและรถยนต์บรรทุกเปล่า 800 บันไดหนีไฟ 400 ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร 500 หลังคา 50 กันสาดคอนกรีต 100 และดาดฟ้า 200 ข้อ 12 กำหนดว่าถ้าพื้นที่ส่วนใดต้องรับน้ำหนักเครื่องจักรหรืออุปกรณ์มากกว่าค่าในตาราง ให้ใช้ค่าที่มากกว่าเฉพาะส่วนนั้น ข้อ 11ข้อ 12

การลดน้ำหนักบรรทุกจรลงเสา กำแพง และฐานราก

ข้อ 13 กำหนดว่าในการคำนวณน้ำหนักที่ถ่ายลงฐานราก เสา กำแพง ให้ใช้น้ำหนักบรรทุกคงที่เต็มอัตรา ส่วนน้ำหนักบรรทุกจรลดได้ตามสัดส่วนชั้น คือ หลังคาหรือดาดฟ้า ชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองถัดจากหลังคา ลดร้อยละ 0 ชั้นที่สาม 10 ชั้นที่สี่ 20 ชั้นที่ห้า 30 ชั้นที่หก 40 และชั้นที่เจ็ดลงไป 50 ถ้าลดน้ำหนักบรรทุกจรด้วยวิธีอื่นตามประกาศแล้ว ห้ามนำมาลดตามจำนวนชั้นซ้ำอีก ข้อ 14 ห้ามลดน้ำหนักบรรทุกจรสำหรับโรงมหรสพ ห้องประชุม หอประชุม ห้องสมุด หอสมุด พิพิธภัณฑ์ อัฒจันทร์ คลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม สถานศึกษา โรงเรียนกวดวิชา สถานพยาบาล ลานจอดหรือเก็บรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และส่วนของอาคารที่มีน้ำหนักบรรทุกจรเกิน 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ข้อ 13ข้อ 14

แรงกระแทกจากเครื่องจักรและลิฟต์

ข้อ 15 กำหนดให้เพิ่มน้ำหนักบรรทุกตามความเป็นจริงสำหรับแรงกระแทกจากเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือน้ำหนักบรรทุกที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน ตามประกาศของรัฐมนตรีหรือหลักเกณฑ์ของส่วนราชการที่มีอำนาจ ข้อ 16 กำหนดอัตราขั้นต่ำ คือ โครงสร้างที่รองรับลิฟต์ ระบบลิฟต์ และกว้าน เพิ่มร้อยละ 100 โครงสร้างที่รองรับเครื่องจักรกลขนาดเบาหรือเครื่องจักรที่ขับด้วยเพลาหรือมอเตอร์ เพิ่มร้อยละ 20 โครงสร้างที่รองรับเครื่องจักรระบบลูกสูบหรือเครื่องกำเนิดกำลัง เพิ่มร้อยละ 50 และโครงสร้างรับพื้นหรือระเบียงในลักษณะแขวน เพิ่มร้อยละ 33 ข้อ 15ข้อ 16

แรงลมและแรงแผ่นดินไหว

ข้อ 17 กำหนดว่าอาคารที่เข้าข่ายประเภทและขนาดของงานวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ต้องคำนวณแรงลมตามวิธีที่รัฐมนตรีประกาศหรือหลักเกณฑ์ของส่วนราชการที่มีอำนาจ สำหรับโครงสร้างหลักของอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมที่สูงไม่เกิน 40 เมตร และสูงไม่เกินสามเท่าของความกว้างที่น้อยที่สุด อาจใช้หน่วยแรงลมไม่น้อยกว่าตาราง คือ ภูมิประเทศแบบเมืองหรือชานเมือง ส่วนที่สูงไม่เกิน 10 เมตร 0.6 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร (60 กิโลกรัมแรงต่อตารางเมตร) สูงเกิน 10 เมตรแต่ไม่เกิน 20 เมตร 0.8 (80) สูงเกิน 20 เมตรแต่ไม่เกิน 40 เมตร 1.2 (120) และภูมิประเทศแบบโล่งหรือชายฝั่งทะเล 1.0 (100) 1.2 (120) และ 1.6 (160) ตามลำดับ อาคารสาธารณะที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไปให้เพิ่มค่าหน่วยแรงลมอีกร้อยละ 15 ส่วนผนังภายนอกอาคารให้ใช้ค่าตามประกาศ ข้อ 18 กำหนดให้การออกแบบต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ข้อ 17ข้อ 18

วัสดุโครงสร้างและอัตราการทนไฟ

ข้อ 19 กำหนดให้ค่าหน่วยแรง คุณภาพวัสดุ วิธีการ และเกณฑ์การออกแบบสำหรับไม้ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ อิฐหรือคอนกรีตบล็อก คอนกรีต คอนกรีตเสริมเหล็ก และคอนกรีตอัดแรง เป็นไปตามประกาศของรัฐมนตรีหรือหลักเกณฑ์ของส่วนราชการที่มีอำนาจ ข้อ 20 กำหนดว่าวัสดุอื่นต้องมีเอกสารผลทดสอบที่รับรองโดยสถาบันที่เชื่อถือได้ประกอบการขออนุญาต ข้อ 21 กำหนดว่าส่วนประกอบของช่องทางหนีไฟหรือโครงสร้างหลักของอาคารที่สูงเกินสามชั้นต้องเป็นวัสดุไม่ติดไฟ ข้อ 22 กำหนดอาคารที่โครงสร้างหลักต้องมีอัตราการทนไฟ ได้แก่ คลังสินค้า โรงมหรสพ โรงแรม อาคารชุด สถานพยาบาล อาคารเพื่อพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุขที่มีพื้นที่เกิน 1,000 ตารางเมตร สำนักงานที่สูงตั้งแต่สามชั้นและมีพื้นที่เกิน 1,000 ตารางเมตร อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารขนาดใหญ่ และหอประชุม ข้อ 23 กำหนดอัตราการทนไฟของเสา กำแพงรับน้ำหนัก กำแพงรับแรงเฉือน คาน ตง และพื้น คือ ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 4 จากชั้นบนสุด ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง (แต่อาคารเก็บเชื้อเพลิง อาคารสูง โรงมหรสพ สถานพยาบาล อาคารสาธารณสุข และอาคารการศึกษา ไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง) ชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 14 ไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง ชั้นที่ 15 ลงมาและชั้นใต้ดิน เสา กำแพง และคาน ไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง ตงและพื้นไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง โครงสร้างหลังคาไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง ยกเว้นหลังคาของอาคารที่มีพื้นที่รวมไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร (เว้นโรงมหรสพ สถานพยาบาล หอประชุม) และหลังคาที่สูงจากพื้นเกิน 8.00 เมตรซึ่งมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติหรือระบบป้องกันความร้อน ข้อ 24 กำหนดให้ใช้คอนกรีตหุ้มโครงสร้างหลักตามระยะหุ้มที่ประกาศกำหนด และถ้าไม่ใช้คอนกรีตหุ้มหรือระยะหุ้มน้อยกว่าที่กำหนด ต้องมีเอกสารรับรองอัตราการทนไฟจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ข้อ 19ข้อ 20ข้อ 21ข้อ 22ข้อ 23ข้อ 24

คำถามที่พบบ่อย

พื้นบ้านพักอาศัยต้องออกแบบรับน้ำหนักบรรทุกจรเท่าไร

ข้อ 11 กำหนดน้ำหนักบรรทุกจรขั้นต่ำของบ้านพักอาศัยไว้ที่ 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ทั้งห้องต่าง ๆ ระเบียง และบันได ส่วนตึกแถวและห้องแถว ส่วนที่พักอาศัย 200 ส่วนที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ บันได และช่องทางเดิน 300 โดยกฎหมายให้คำนวณตามสภาพการใช้งานจริงได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าค่าในตาราง ข้อ 11

อาคารทุกหลังต้องคำนวณแรงลมหรือไม่

ข้อ 17 กำหนดให้คำนวณแรงลมสำหรับอาคารที่เข้าข่ายประเภทและขนาดของงานวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร โดยอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมที่สูงไม่เกิน 40 เมตรและสูงไม่เกินสามเท่าของความกว้างที่น้อยที่สุด อาจใช้หน่วยแรงลมตามตารางที่ 1 (เมืองหรือชานเมือง) หรือตารางที่ 2 (โล่งหรือชายฝั่งทะเล) และอาคารสาธารณะที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไปต้องเพิ่มค่าอีกร้อยละ 15 ข้อ 17

ใช้ตัวคูณลดกำลัง 0.90 สำหรับแรงดัดของ คสล. ได้เมื่อไร

ข้อ 8 กำหนดให้ใช้ 0.90 สำหรับแรงดัดที่ไม่มีแรงตามแนวแกน เฉพาะกรณีที่มีการระบุมาตรฐานงานก่อสร้างและการควบคุมคุณภาพวัสดุเป็นอย่างดีตามประกาศของรัฐมนตรีหรือหลักเกณฑ์ของส่วนราชการที่มีอำนาจ ถ้าไม่มีการระบุมาตรฐานดังกล่าวต้องใช้ 0.75 และตัวคูณอื่นก็ลดลงในทำนองเดียวกัน เช่น แรงเฉือนและแรงบิด 0.85 ลดเป็น 0.70 ข้อ 8

ลดน้ำหนักบรรทุกจรลงเสาได้กี่เปอร์เซ็นต์

ข้อ 13 กำหนดให้ลดน้ำหนักบรรทุกจรบนพื้นแต่ละชั้นได้ตามจำนวนชั้นนับจากหลังคา คือ ชั้นที่สามถัดจากหลังคาลดร้อยละ 10 ชั้นที่สี่ 20 ชั้นที่ห้า 30 ชั้นที่หก 40 และชั้นที่เจ็ดลงไป 50 ส่วนหลังคา ดาดฟ้า ชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองถัดจากหลังคาลดไม่ได้ ข้อ 14 ห้ามลดสำหรับโรงมหรสพ ห้องประชุม ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ อัฒจันทร์ คลังสินค้า โรงงาน สถานศึกษา สถานพยาบาล ลานจอดรถ และส่วนที่มีน้ำหนักบรรทุกจรเกิน 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ข้อ 13ข้อ 14

อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อนกฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องแก้แบบตามกฎกระทรวงใหม่หรือไม่

ข้อ 25 กำหนดว่าอาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งและยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ หรือที่ยื่นขออนุญาตหรือแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2527) และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งใช้อยู่ก่อนหน้า ข้อ 25

จะใช้วัสดุโครงสร้างที่ไม่ใช่ไม้ เหล็ก หรือคอนกรีต ได้หรือไม่

ข้อ 20 กำหนดว่าการใช้วัสดุโครงสร้างอื่นนอกจากที่ระบุในข้อ 19 ต้องมีเอกสารแสดงผลการทดสอบความมั่นคงแข็งแรงและคุณลักษณะของวัสดุที่รับรองโดยสถาบันที่เชื่อถือได้ประกอบการขออนุญาต โดยต้องพิจารณาคุณภาพวัสดุ กำลังหรือหน่วยแรงที่ยอมให้ ความสามารถในการทนไฟ และความคงทน ข้อ 3 นิยามสถาบันที่เชื่อถือได้ว่าเป็นส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐด้านวิศวกรรม นิติบุคคลที่มีวุฒิวิศวกรโยธาเป็นผู้ให้คำปรึกษา หรือสถาบันอุดมศึกษาตามที่อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองประกาศ ข้อ 3ข้อ 19ข้อ 20

คำปรารภ / อำนาจในการตรา

กฎกระทรวง

กำหนดการออกแบบโครงสร้างอาคาร

และลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร

คำอธิบายในหน้านี้จัดทำโดยทีมโยธาไทยจากตัวบทที่มีในระบบเท่านั้น ระบุเลขข้อกำกับทุกข้อเพื่อให้ตรวจสอบกลับได้ — เป็นเครื่องมือช่วยอ่าน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย · ปรับปรุง 25 กันยายน 2569

พ.ศ. 2566

ตัวบทเต็ม กฎกระทรวงออกแบบโครงสร้างอาคารและวัสดุ 2566

ทั้งฉบับ 25 ข้อ — กำลังโหลดตัวบทพร้อมสารบัญและจุดเชื่อมโยง… หากหน้านี้ไม่แสดงตัวบท เริ่มอ่านที่ ข้อ 1 แล้วกด "ถัดไป" ทีละข้อได้