พ.ร.บ. พ.ศ. 2481 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 63 พ.ร.บ.เรือไทย 2481

อยู่ใน ส่วนที่ 1 โทษทางปกครอง · มาตราที่ 83 จาก 102 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 63 มีประวัติการแก้ไข

ผู้ใดเปลี่ยนประเภทของเรือประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตัวเรือหรือเครื่องจักรของเรือประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 54/3 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 54/6 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 54/9 หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่ได้มีการแจ้งไว้ตามมาตรา 54/10 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย*ดังนี้

(1) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดต่ำกว่าสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราไม่เกินห้าพันบาท*

(2) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินสามสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่ห้าพันบาทแต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท*

(3) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหกสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท*

(4) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหกสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่ห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินห้าแสนบาท*

(5) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่หนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาท*

(6) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอสขึ้นไป ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่สองแสนบาทแต่ไม่เกินสามล้านบาท*

ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าท่าอาจมีคำสั่งให้ผู้นั้นดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไข หรือปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วยก็ได้

[*มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]

📜 ดูประวัติการแก้ไข (2 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 10 เม.ย. 2482

มาตรา 63 ผู้ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 11 มาตรา 17 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม มาตรา 19 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง มาตรา 22 มาตรา 25 วรรคสอง มาตรา 26 วรรคหนึ่ง มาตรา 29 วรรคหนึ่ง มาตรา 30 วรรคหนึ่ง มาตรา 32 วรรคหนึ่ง มาตรา 35 วรรคหนึ่ง มาตรา 38 วรรคหนึ่ง มาตรา 40 หรือมาตรา 52 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท

แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา ๖๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผลบังคับ

มาตรา 63 ผู้ใดเปลี่ยนประเภทของเรือประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตัวเรือหรือเครื่องจักรของเรือประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 54/3 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 54/6 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 54/9 หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่ได้มีการแจ้งไว้ตามมาตรา 54/10 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย*ดังนี้ (1) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดต่ำกว่าสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราไม่เกินห้าพันบาท* (2) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินสามสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่ห้าพันบาทแต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท* (3) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหกสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท* (4) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหกสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่ห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินห้าแสนบาท* (5) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่หนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาท* (6) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอสขึ้นไป ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยในอัตราตั้งแต่สองแสนบาทแต่ไม่เกินสามล้านบาท* ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าท่าอาจมีคำสั่งให้ผู้นั้นดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไข หรือปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วยก็ได้ [*มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]