ประมวลกฎหมาย พ.ศ. 2481 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 67 ป.รัษฎากร

อยู่ใน ส่วนที่ 3 บทกำหนดโทษ · มาตราที่ 129 จาก 326 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 67 มีประวัติการแก้ไข

การเสียภาษีตามความในส่วนนี้ ให้เสียตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้ เว้นแต่

(1) ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 66 วรรคสอง กระทำกิจการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆ ให้เสียภาษีเฉพาะกิจการขนส่งตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีรับขนคนโดยสาร ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในประเทศไทยก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารนั้น

(ข) ในกรณีรับขนของ ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกประเทศไทย ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนของออกจากประเทศไทยนั้น

(2) มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้อันมิใช่รายได้ตามมาตรา 65 ทวิ (13) ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ

(3) เงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกองทุนรวม ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ

📜 ดูประวัติการแก้ไข (2 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 1 เม.ย. 2482

มาตรา 67 บริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งสยาม ให้เทียบยอดเงินได้ก่อนหักรายจ่ายที่บริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นได้จากกิจการในสยาม กับยอดเงินได้ก่อนหักรายจ่ายทั้งหมด เมื่อเทียบเป็นส่วนเท่าใด ให้คำนวณเงินได้ต้องเสียภาษีตามส่วนนั้น แต่ในกรณีดังต่อไปนี้ เงินที่นำมาเทียบส่วนนั้น แทนที่จะใช้เงินได้ก่อนหักรายจ่าย ให้ใช้เงินต่อไปนี้เทียบกันตามกรณี คือ (1) ถ้าบริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นธนาคารรับฝากเงิน ให้ใช้เทียบยอดเงินฝากในบัญชีกระแสรายวันและเงินฝากประจำในสยาม กับยอดเงินฝากทั้งสิ้นในประเภทดังกล่าวแล้วของธนาคารในวันปิดบัญชีของระยะบัญชี 12 เดือนที่สิ้นสุดในครั้งหลังที่สุดก่อนจ่ายเงินได้ต้องเสียภาษี ถ้าบริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นธนาคารแลกเงิน ให้ใช้เทียบยอดเงินของกิจการแลกเงิน ถ้าบริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นธนาคารทั้งรับฝากเงินและแลกเงิน ให้ใช้เทียบยอดเงินอย่างหนึ่งอย่างใดที่กล่าวแล้ว ซึ่งคิดได้เป็นเงินภาษีมากกว่า (2) ถ้าเป็นบริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลประกอบกิจการเครดิตฟองซิเอร์ ให้ใช้เทียบยอดเงินให้กู้โดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นประกันและลงทุนหากำไรในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งค้างบัญชีในวันปิดบัญชีของระยะบัญชี 12 เดือนที่สิ้นสุดลงในครั้งหลังที่สุดก่อนจ่ายเงินได้ต้องเสียภาษี (3) ถ้าเป็นบริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลประกอบกิจการออมสิน ให้ใช้เทียบยอดเงินที่ยังค้างบัญชีเป็นเครดิตของผู้ส่งในวันปิดบัญชีของระยะบัญชี 12 เดือนที่สิ้นสุดลงในครั้งหลังที่สุดก่อนจ่ายเงินได้ต้องเสียภาษี (4) ถ้าเป็นบริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลประกอบกิจการประกันภัย ให้ใช้เทียบยอดเงินเบี้ยประกันภัยที่เก็บได้

แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา ๖๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลบังคับ

มาตรา 67 การเสียภาษีตามความในส่วนนี้ ให้เสียตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้ เว้นแต่ (1) ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 66 วรรคสอง กระทำกิจการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆ ให้เสียภาษีเฉพาะกิจการขนส่งตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (ก) ในกรณีรับขนคนโดยสาร ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในประเทศไทยก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารนั้น (ข) ในกรณีรับขนของ ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกประเทศไทย ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนของออกจากประเทศไทยนั้น (2) มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้อันมิใช่รายได้ตามมาตรา 65 ทวิ (13) ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ (3) เงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกองทุนรวม ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ