พ.ร.บ. พ.ศ. 2514 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 22 พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2514

อยู่ใน หมวด 3 การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม · มาตราที่ 23 จาก 148 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 22 มีประวัติการแก้ไข

รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) ให้สัมปทานตามมาตรา 23

(2) ต่อระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมตามมาตรา 25

(3) ต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา 26

(4) อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงปริมาณงานตามมาตรา 30

(5) อนุมัติให้โอนข้อผูกพันระหว่างแปลงสำรวจตามมาตรา 33

(6) อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมตามมาตรา 47

(7) อนุญาตให้โอนสัมปทานตามมาตรา 50

(8) เพิกถอนสัมปทานตามมาตรา 51 มาตรา 52 และมาตรา 53

(9) แจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบว่ารัฐบาลจะเข้าใช้สิทธิประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งด้วยความเสี่ยงภัยแต่ฝ่ายเดียวตามมาตรา 52 ทวิ

(10) สั่งให้ผู้รับสัมปทานจัดหาปิโตรเลียมเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามมาตรา 60

(11) ประกาศห้ามส่งปิโตรเลียมออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 61

(12) สั่งให้ผู้รับสัมปทานร่วมกันผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา 72

(13) สั่งให้ผู้รับสัมปทานเสียค่าภาคหลวงเป็นปิโตรเลียมตามมาตรา 83

(14) (ยกเลิก)

(15) ลดหย่อนค่าภาคหลวงสำหรับปิโตรเลียมตามมาตรา 99 ทวิ และมาตรา 99 ตรี

(16) กำหนดค่าคงที่แสดงสภาพทางธรณีวิทยาของแปลงสำรวจตามมาตรา 100 ฉ

การดำเนินการตาม (1) (3) (7) หรือ (15) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

📜 ดูประวัติการแก้ไข (3 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 23 เม.ย. 2514

มาตรา 22 รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจ (1) ให้สัมปทานตามมาตรา 23 (2) ต่อระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมตามมาตรา 25 (3) ต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา 26 (4) อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมตามมาตรา 47 (5) อนุญาตให้โอนสัมปทานตามมาตรา 50

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 มีผลบังคับ 15 ส.ค. 2532

มาตรา 22 รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ให้สัมปทานตามมาตรา 23 (2) ต่อระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมตามมาตรา 25 (3) ต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา 26 (4) อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงปริมาณงานตามมาตรา 30 (5) อนุมัติให้โอนข้อผูกพันระหว่างแปลงสำรวจตามมาตรา 33 (6) อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมตามมาตรา 47 (7) อนุญาตให้โอนสัมปทานตามมาตรา 50 (8) เพิกถอนสัมปทานตามมาตรา 51 มาตรา 52 และมาตรา 53 (9) แจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบว่ารัฐบาลจะเข้าใช้สิทธิประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งด้วยความเสี่ยงภัยแต่ฝ่ายเดียวตามมาตรา 52 ทวิ (10) สั่งให้ผู้รับสัมปทานจัดหาปิโตรเลียมเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามมาตรา 60 (11) ประกาศห้ามส่งปิโตรเลียมออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 61 (12) สั่งให้ผู้รับสัมปทานร่วมกันผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา 72 (13) สั่งให้ผู้รับสัมปทานเสียค่าภาคหลวงเป็นปิโตรเลียมตามมาตรา 83 (14) (ยกเลิก) (15) ลดหย่อนค่าภาคหลวงสำหรับปิโตรเลียมตามมาตรา 99 ทวิ และมาตรา 99 ตรี (16) กำหนดค่าคงที่แสดงสภาพทางธรณีวิทยาของแปลงสำรวจตามมาตรา 100 ฉ การดำเนินการตาม (1) (3) (7) หรือ (15) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2550 มีผลบังคับ 18 ต.ค. 2550

มาตรา 22 รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ให้สัมปทานตามมาตรา 23 (2) ต่อระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมตามมาตรา 25 (3) ต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา 26 (4) อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงปริมาณงานตามมาตรา 30 (5) อนุมัติให้โอนข้อผูกพันระหว่างแปลงสำรวจตามมาตรา 33 (6) อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมตามมาตรา 47 (7) อนุญาตให้โอนสัมปทานตามมาตรา 50 (8) เพิกถอนสัมปทานตามมาตรา 51 มาตรา 52 และมาตรา 53 (9) แจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบว่ารัฐบาลจะเข้าใช้สิทธิประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งด้วยความเสี่ยงภัยแต่ฝ่ายเดียวตามมาตรา 52 ทวิ (10) สั่งให้ผู้รับสัมปทานจัดหาปิโตรเลียมเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามมาตรา 60 (11) ประกาศห้ามส่งปิโตรเลียมออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 61 (12) สั่งให้ผู้รับสัมปทานร่วมกันผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา 72 (13) สั่งให้ผู้รับสัมปทานเสียค่าภาคหลวงเป็นปิโตรเลียมตามมาตรา 83 (14) (ยกเลิก) (15) ลดหย่อนค่าภาคหลวงสำหรับปิโตรเลียมตามมาตรา 99 ทวิ และมาตรา 99 ตรี (16) กำหนดค่าคงที่แสดงสภาพทางธรณีวิทยาของแปลงสำรวจตามมาตรา 100 ฉ การดำเนินการตาม (1) (3) (7) หรือ (15) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี