พ.ร.บ. พ.ศ. 2503 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 42 พ.ร.บ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 2503

อยู่ใน หมวด 4 ความสัมพันธ์กับรัฐบาล · มาตราที่ 45 จาก 56 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 42 มีประวัติการแก้ไข

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปนี้ได้

(1) เพิ่มหรือลดทุน

(2) กู้ยืมเงินครั้งหนึ่งเป็นจำนวนเกินหนึ่งร้อยล้านบาท

(3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินสิบล้านบาท

(4) ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในประเทศใกล้เคียง

(5) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

(6) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

(7) เข้าร่วมกิจการกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นของเอกชนหรือของรัฐทั้งในประเทศและนอกประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

📜 ดูประวัติการแก้ไข (3 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 27 ก.ย. 2503

มาตรา 42 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการ ดังต่อไปนี้ได้ (1) เพิ่มหรือลดทุน (2) กู้ยืมเงินครั้งหนึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าสามล้านบาท (3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ หรือ (4) จำหน่ายสินทรัพย์จำนวนเกินกว่าหนึ่งแสนบาทจากบัญชีเป็นศูนย์

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มีผลบังคับ 8 เม.ย. 2535

มาตรา 42 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปนี้ได้ (1) เพิ่มหรือลดทุน (2) กู้ยืมเงินครั้งหนึ่งเป็นจำนวนเกินหนึ่งร้อยล้านบาท (3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินสิบล้านบาท (4) ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในประเทศใกล้เคียง (5) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (6) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด (7) เข้าร่วมกิจการกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นของเอกชนหรือของรัฐทั้งในประเทศและนอกประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542 มีผลบังคับ 26 มี.ค. 2542

มาตรา 42 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปนี้ได้ (1) เพิ่มหรือลดทุน (2) กู้ยืมเงินครั้งหนึ่งเป็นจำนวนเกินหนึ่งร้อยล้านบาท (3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินสิบล้านบาท (4) ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในประเทศใกล้เคียง (5) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (6) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด (7) เข้าร่วมกิจการกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นของเอกชนหรือของรัฐทั้งในประเทศและนอกประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด