ฐานะและองค์ประกอบของ อบจ.
มาตรา 7 กำหนดว่าในจังหวัดหนึ่งให้มี อบจ. ประกอบด้วยสภา อบจ. และนายก อบจ. มาตรา 8 กำหนดให้ อบจ. เป็นนิติบุคคลและเป็นราชการส่วนท้องถิ่น โดยเขตของ อบจ. ได้แก่เขตจังหวัด มาตรา 7มาตรา 8
กฎหมายจัดตั้ง อบจ. กำหนดโครงสร้างสภา อบจ. และนายก อบจ. อำนาจหน้าที่ ข้อบัญญัติ งบประมาณ รายได้ และการกำกับดูแลโดยผู้ว่าราชการจังหวัด
มาตรา 7 กำหนดว่าในจังหวัดหนึ่งให้มี อบจ. ประกอบด้วยสภา อบจ. และนายก อบจ. มาตรา 8 กำหนดให้ อบจ. เป็นนิติบุคคลและเป็นราชการส่วนท้องถิ่น โดยเขตของ อบจ. ได้แก่เขตจังหวัด มาตรา 7มาตรา 8
มาตรา 9 กำหนดจำนวนสมาชิกสภา อบจ. ตามจำนวนราษฎรของจังหวัด คือ ไม่เกิน 500000 คน มีสมาชิกได้ 24 คน เกิน 500000 แต่ไม่เกิน 1000000 คน มี 30 คน เกิน 1000000 แต่ไม่เกิน 1500000 คน มี 36 คน เกิน 1500000 แต่ไม่เกิน 2000000 คน มี 42 คน และเกิน 2000000 คนขึ้นไป มี 48 คน โดยในอำเภอหนึ่งให้เลือกตั้งได้ 1 คนก่อน แล้วจึงคำนวณเพิ่มตามจำนวนราษฎร มาตรา 10 กำหนดอายุของสภา อบจ. คราวละ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง มาตรา 9มาตรา 10
มาตรา 11 กำหนดเหตุสิ้นสุดสมาชิกภาพ เช่น ครบอายุสภาหรือยุบสภา ตาย ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ขาดประชุมสภา 3 ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่ทำกับ อบจ. หรือสภามีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ กรณีมีข้อสงสัย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวนให้เสร็จภายใน 60 วัน และวินิจฉัยภายใน 30 วันนับแต่สอบสวนเสร็จ มาตรา 11
มาตรา 17 ให้สภา อบจ. เลือกสมาชิกเป็นประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานสภา 2 คน มาตรา 18 ให้ดำรงตำแหน่งจนครบอายุของสภา และพ้นจากตำแหน่งก่อนนั้นเมื่อลาออก สิ้นสุดสมาชิกภาพ รัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง หรือสภามีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าสามในสี่ มาตรา 19 กำหนดว่าถ้าตำแหน่งว่างลงเพราะเหตุอื่น ให้เลือกแทนภายใน 15 วัน มาตรา 20 กำหนดว่าถ้าประธานสภาไม่อยู่ ให้รองประธานสภาคนที่หนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าไม่อยู่ทั้งคู่ให้รองประธานสภาคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทน มาตรา 17มาตรา 18มาตรา 19มาตรา 20
มาตรา 22 กำหนดให้ในปีหนึ่งมีสมัยประชุมสามัญ 2 สมัย สมัยละ 45 วัน ประธานสภาสั่งขยายได้ครั้งละไม่เกิน 15 วัน และห้ามปิดสมัยประชุมสามัญก่อนครบ 45 วัน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกำหนดให้ประชุมสภาครั้งแรกภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง มาตรา 25 กำหนดว่านายก อบจ. หรือสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม อาจยื่นคำร้องต่อประธานสภาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ประธานสภาต้องเรียกประชุมภายใน 15 วัน สมัยวิสามัญมีกำหนด 7 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 7 วันโดยความเห็นชอบของสภา มาตรา 27 กำหนดองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ มาตรา 28 ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด มาตรา 22มาตรา 25มาตรา 27มาตรา 28
มาตรา 35 กำหนดให้ อบจ. มีนายก อบจ. คนหนึ่งซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มาตรา 35/1 กำหนดว่าผู้สมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง และสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภา อบจ. ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา มาตรา 35/2 กำหนดวาระคราวละ 4 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ มาตรา 35/3 ให้แต่งตั้งรองนายกได้ไม่เกิน 4 คนถ้าสภามีสมาชิก 48 คน ไม่เกิน 3 คนถ้าสภามีสมาชิก 36 หรือ 42 คน และไม่เกิน 2 คนถ้าสภามีสมาชิก 24 หรือ 30 คน ส่วนเลขานุการนายกและที่ปรึกษานายกรวมกันไม่เกิน 5 คน มาตรา 35มาตรา 35 1มาตรา 35 2มาตรา 35 3
มาตรา 35/4 กำหนดว่าก่อนนายก อบจ. เข้ารับหน้าที่ ให้ประธานสภาเรียกประชุมสภาเพื่อให้นายกแถลงนโยบายโดยไม่มีการลงมติ ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งนายก โดยต้องจัดทำนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรแจกสมาชิกทุกคนที่มาประชุม และให้นายกจัดทำรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานตามนโยบายต่อสภาเป็นประจำทุกปี ทั้งคำแถลงและรายงานให้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการ อบจ. มาตรา 35 4
มาตรา 35/5 กำหนดอำนาจหน้าที่ของนายก อบจ. เช่น กำหนดนโยบาย สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการของ อบจ. แต่งตั้งและถอดถอนรองนายก เลขานุการนายก และที่ปรึกษานายก และรักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ มาตรา 39 ให้นายกเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้าง อบจ. และให้มีปลัด อบจ. คนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชารองจากนายก มาตรา 39/1 กำหนดว่าถ้านายกไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองนายกตามลำดับที่จัดไว้เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีให้ปลัด อบจ. รักษาราชการแทน นายกอาจมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองนายกปฏิบัติราชการแทนได้ แต่ถ้ามอบให้ปลัดหรือรองปลัด ให้ทำเป็นคำสั่งและประกาศให้ประชาชนทราบ มาตรา 35 5มาตรา 39มาตรา 39 1
มาตรา 44/3 กำหนดว่านายก อบจ. รองนายก เลขานุการนายก และที่ปรึกษานายก ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นในส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ (เว้นแต่ตำแหน่งตามกฎหมาย) ต้องไม่รับเงินหรือประโยชน์พิเศษจากหน่วยงานดังกล่าว และต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่ทำกับหรือให้แก่ อบจ. นั้น หรือกับ อปท. อื่นโดยมีพฤติการณ์ต่างตอบแทน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยข้อห้ามเรื่องส่วนได้เสียในสัญญาให้ใช้กับสมาชิกสภา อบจ. ด้วยโดยอนุโลม มาตรา 36 กำหนดว่าการฝ่าฝืนมาตรา 44/3 เป็นเหตุให้นายกพ้นจากตำแหน่ง มาตรา 36มาตรา 44 3
มาตรา 45 กำหนดอำนาจหน้าที่ของ อบจ. ในเขตจังหวัด เช่น ตราข้อบัญญัติ จัดทำแผนพัฒนา อบจ. และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด สนับสนุนสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น แบ่งสรรเงินให้สภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น คุ้มครองดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการศึกษา และจัดทำกิจการที่สมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันทำหรือให้ อบจ. ทำตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 46 ให้ อบจ. ทำกิจการที่อยู่นอกเขตจังหวัดได้เมื่อได้รับความยินยอมจาก อปท. ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 45/1 กำหนดให้การปฏิบัติงานต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนา งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร มาตรา 45มาตรา 45 1มาตรา 46
มาตรา 51 ให้ อบจ. ตราข้อบัญญัติได้เพื่อปฏิบัติการตามหน้าที่ เมื่อมีกฎหมายให้อำนาจ หรือเพื่อดำเนินการพาณิชย์ และจะกำหนดโทษผู้ละเมิดได้ แต่ห้ามกำหนดโทษจำคุกเกิน 6 เดือน หรือปรับเกิน 10000 บาท หรือค่าปรับเป็นพินัยเกิน 10000 บาท เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติเป็นอย่างอื่น มาตรา 52 กำหนดว่าร่างข้อบัญญัติเสนอได้โดยนายก อบจ. สมาชิกสภา อบจ. หรือราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น และร่างข้อบัญญัติเกี่ยวกับการเงินต้องมีคำรับรองของนายก อบจ. มาตรา 51มาตรา 52
มาตรา 53 กำหนดว่าภายใน 7 วันนับแต่สภา อบจ. มีมติเห็นชอบ ให้ประธานสภาส่งร่างข้อบัญญัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 15 วัน ถ้าไม่เสร็จให้ถือว่าเห็นชอบ ถ้าไม่เห็นชอบให้ส่งคืนสภาพิจารณาใหม่ สภาต้องยืนยันภายใน 30 วันด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ มิฉะนั้นร่างตกไป มาตรา 56 กำหนดให้ อบจ. ปิดประกาศข้อบัญญัติที่ประกาศใช้แล้วไว้ ณ ที่ทำการ อบจ. โดยเปิดเผยเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ มาตรา 53มาตรา 56
มาตรา 55 กำหนดว่าถ้าสภา อบจ. ไม่รับหลักการร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือเพิ่มเติม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งคณะกรรมการ 15 คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาที่สภาเสนอ 7 คน บุคคลที่นายกเสนอ 7 คน ตั้งภายใน 7 วันนับแต่วันที่สภามีมติไม่รับหลักการ และให้กรรมการ 14 คนเสนอประธานกรรมการภายใน 7 วัน คณะกรรมการต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 15 วัน แล้วนายกต้องเสนอร่างต่อสภาภายใน 7 วันนับแต่ได้รับจากผู้ว่าราชการจังหวัด มาตรา 55/1 ให้สภาพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน ถ้าไม่เสร็จหรือไม่เห็นชอบ ร่างตกไป ให้ใช้ข้อบัญญัติงบประมาณปีที่แล้วไปพลางก่อน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอรัฐมนตรีให้ยุบสภา อบจ. มาตรา 55มาตรา 55 1
มาตรา 58 กำหนดว่างบประมาณรายจ่ายของ อบจ. ให้ทำเป็นข้อบัญญัติ ถ้าออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ให้ใช้ข้อบัญญัติงบประมาณปีที่แล้วไปพลางก่อน มาตรา 59 กำหนดว่าถ้าเงินไม่พอหรือต้องตั้งรายจ่ายใหม่ระหว่างปี ให้ทำเป็นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม มาตรา 62 ให้ส่งมอบภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ในจังหวัดให้ อบจ. ร้อยละ 5 มาตรา 73 กำหนดรายได้ของ อบจ. เช่น ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม รายได้จากทรัพย์สิน เงินอุดหนุน และเงินกู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิติบุคคล ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี มาตรา 74 กำหนดประเภทรายจ่าย เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และเงินอุดหนุน มาตรา 58มาตรา 59มาตรา 62มาตรา 73มาตรา 74
มาตรา 77 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจกำกับดูแล อบจ. สั่งสอบสวนข้อเท็จจริง และสั่งเพิกถอนหรือระงับการปฏิบัติที่อาจก่อความเสียหายได้ ผู้ได้รับคำสั่งอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายใน 15 วัน ถ้านายก รองนายก ประธานสภา หรือรองประธานสภาจงใจทอดทิ้งหรือละเลยหน้าที่จนเสียหายร้ายแรง ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนซึ่งต้องเสร็จภายใน 60 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน และอาจสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอผลได้ มาตรา 78 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งเพิกถอนมติของสภา อบจ. ที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่สภามีมติ มาตรา 79 กำหนดว่าถ้าผลสอบสวนพบว่ากระทำผิด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานรัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน มาตรา 77มาตรา 78มาตรา 79
พระราชบัญญัตินี้ไม่มีบทกำหนดโทษต่อบุคคลทั่วไปโดยตรง แต่มาตรา 51 ให้ อบจ. กำหนดโทษผู้ละเมิดข้อบัญญัติได้โดยห้ามกำหนดโทษจำคุกเกิน 6 เดือน หรือปรับเกิน 10000 บาท หรือค่าปรับเป็นพินัยเกิน 10000 บาท และมาตรา 40 ให้นายก อบจ. รองนายก ปลัด อบจ. รองปลัด และข้าราชการ อบจ. ที่นายกแต่งตั้ง มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติได้ เมื่อชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายใน 30 วันให้ถือว่าคดีเลิกกัน มาตรา 40มาตรา 51
มาตรา 44/2 กำหนดว่าสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้นายกแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น โดยไม่มีการลงมติ ให้ยื่นต่อประธานสภา และประธานสภาต้องกำหนดวันอภิปรายไม่เร็วกว่า 5 วันและไม่ช้ากว่า 15 วันนับแต่วันที่ได้รับญัตติ การขอเปิดอภิปรายทั่วไปทำได้ครั้งเดียวในสมัยประชุมสามัญสมัยหนึ่ง มาตรา 44 2
มาตรา 44/1 กำหนดว่านายก อบจ. รองนายก หรือผู้ซึ่งนายกมอบหมาย มีสิทธิเข้าประชุมสภา อบจ. และมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ต่อที่ประชุม แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน มาตรา 31 กำหนดว่าสมาชิกสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามนายกหรือรองนายกได้ แต่นายกหรือรองนายกมีสิทธิไม่ตอบเมื่อเห็นว่าเรื่องนั้นเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของ อบจ. มาตรา 31มาตรา 44 1
มาตรา 57 กำหนดว่าในกรณีฉุกเฉินซึ่งเรียกประชุมสภาให้ทันท่วงทีมิได้ นายก อบจ. อาจออกข้อบัญญัติชั่วคราวที่มิใช่ข้อบัญญัติงบประมาณได้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสามัญประจำสภา อบจ. และประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการ อบจ. แล้ว ในการประชุมสภาคราวต่อไปต้องนำเสนอสภาเพื่ออนุมัติ ถ้าสภาไม่อนุมัติให้ข้อบัญญัติชั่วคราวนั้นตกไป มาตรา 33 ให้สภา อบจ. ตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภาชุดหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติชั่วคราวนี้ มาตรา 33มาตรา 57
มาตรา 49 กำหนดว่า อบจ. อาจมอบให้เอกชนกระทำกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบจ. และเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือค่าตอบแทนแทน อบจ. ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา อบจ. และผู้ว่าราชการจังหวัดเสียก่อน ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด และสิทธินั้นเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไปไม่ได้ มาตรา 48 ให้ อบจ. ให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ หรือ อปท. อื่นโดยเรียกค่าบริการได้โดยตราเป็นข้อบัญญัติ มาตรา 48มาตรา 49
มาตรา 74 กำหนดว่าการจ่ายเงินของ อบจ. หรือเงินของกิจการที่ อบจ. เป็นเจ้าของหรือถือหุ้น เพื่อการฝึกอบรมหรือดูงานในต่างประเทศของนายก อบจ. รองนายก เลขานุการนายก ที่ปรึกษานายก ประธานสภา รองประธานสภา หรือสมาชิกสภา อบจ. จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีข้อตกลงหรือความร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศ หรือเป็นการฝึกอบรมที่จัดโดยหน่วยงานของรัฐ ตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด มาตรา 74
มาตรา 64 ให้ อบจ. ออกข้อบัญญัติเก็บภาษีบำรุง อบจ. จากการค้าในเขตจังหวัดได้ คือ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล หรือก๊าซปิโตรเลียมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ เก็บเพิ่มได้ไม่เกินลิตรละ 10 สตางค์สำหรับน้ำมัน และกิโลกรัมละไม่เกิน 10 สตางค์สำหรับก๊าซปิโตรเลียม และยาสูบเก็บเพิ่มได้ไม่เกินมวนละ 10 สตางค์ มาตรา 65 ให้ออกข้อบัญญัติเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบำรุง อบจ. จากผู้พักในโรงแรมได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 64มาตรา 65
พระราชบัญญัติ
องค์การบริหารส่วนจังหวัด
พ.ศ. 2540
คำอธิบายในหน้านี้จัดทำโดยทีมโยธาไทยจากตัวบทที่มีในระบบเท่านั้น ระบุเลขมาตรากำกับทุกข้อเพื่อให้ตรวจสอบกลับได้ — เป็นเครื่องมือช่วยอ่าน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย · ปรับปรุง 25 กันยายน 2569