ปกกฎหมาย: พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 — พระราชบัญญัติ 43 มาตรา
บริหารราชการและการปกครอง

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

รับรองสิทธิประชาชนในการขอดูข้อมูลข่าวสารของราชการ กำหนดหน้าที่หน่วยงานรัฐในการเปิดเผย ข้อยกเว้น และการอุทธรณ์

  • พระราชบัญญัติ พ.ศ. 2540
  • 43 มาตรา
  • 7 หมวด/ส่วน
  • หมวด: บริหารราชการและการปกครอง

ใครต้องใช้ ใช้ตอนไหน

เจ้าหน้าที่ของรัฐ/อปท. ที่รับคำขอข้อมูลหรือต้องจัดข้อมูลไว้ให้ประชาชนตรวจดูประชาชน ผู้รับเหมา และผู้ขอข้อมูลข่าวสารของราชการผู้มีส่วนได้เสียที่ข้อมูลของตนอาจถูกหน่วยงานเปิดเผย
  • หน่วยงานต้องจัดข้อมูลอะไรบ้างไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้เอง โดยไม่ต้องมีคนมาร้องขอ (แผนงาน โครงการ งบประมาณ สัญญาสัมปทาน มติ) มาตรา 7มาตรา 9
  • มีผู้มายื่นคำขอข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้จัดไว้ให้ตรวจดู หรือข้อมูลอยู่ที่หน่วยงานอื่น มาตรา 11มาตรา 12
  • จะสั่งไม่เปิดเผยข้อมูล ต้องเข้าข้อยกเว้นข้อใด และคำสั่งต้องระบุอะไร มาตรา 14มาตรา 15
  • การเปิดเผยข้อมูลอาจกระทบประโยชน์ได้เสียของบุคคลอื่น ต้องแจ้งให้ผู้นั้นคัดค้านก่อน มาตรา 17
  • ผู้ขอถูกปฏิเสธ หน่วยงานล่าช้า หรือไม่ได้รับความสะดวก จะร้องเรียนหรืออุทธรณ์ที่ใด ภายในกี่วัน มาตรา 13มาตรา 18
  • หน่วยงานเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (ประวัติ ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ) ต้องจัดระบบอย่างไร และเปิดเผยให้ใครได้บ้าง มาตรา 23มาตรา 24
  • บุคคลต้องการดู ขอสำเนา หรือขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองที่หน่วยงานเก็บไว้ มาตรา 25
  • เอกสารราชการที่ไม่ประสงค์เก็บหรือครบอายุ ต้องส่งหอจดหมายเหตุแห่งชาติเมื่อใด มาตรา 26

สาระสำคัญ — อ้างเลขมาตราได้ทุกข้อ

"ข้อมูลข่าวสารของราชการ" ครอบคลุมกว้าง

มาตรา 4 กำหนดว่า "ข้อมูลข่าวสาร" คือสิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวหรือข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปเอกสาร แฟ้ม รายงาน แผนผัง แผนที่ ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง หรือการบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ และ "ข้อมูลข่าวสารของราชการ" คือข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือเกี่ยวกับเอกชน ส่วน "หน่วยงานของรัฐ" รวมถึงราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ และหน่วยงานอิสระของรัฐ มาตรา 4

ข้อมูลที่ต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 7 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐส่งข้อมูลอย่างน้อยต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ โครงสร้างและการจัดองค์กร สรุปอำนาจหน้าที่และวิธีดำเนินงาน สถานที่ติดต่อขอรับข้อมูล และกฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ นโยบาย หรือการตีความที่มีสภาพอย่างกฎซึ่งมีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชน มาตรา 8 กำหนดว่าข้อมูลประเภทหลังนี้ ถ้ายังไม่ได้ลงพิมพ์ จะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ผู้ใดไม่ได้ เว้นแต่ผู้นั้นได้รู้ถึงข้อมูลนั้นตามความเป็นจริงมาก่อนเป็นเวลาพอสมควร มาตรา 7มาตรา 8

ข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

มาตรา 9 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดข้อมูลอย่างน้อยต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ได้แก่ ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน นโยบายหรือการตีความ แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานที่กระทบสิทธิหน้าที่ของเอกชน สัญญาสัมปทาน สัญญาผูกขาดตัดตอน หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ และมติคณะรัฐมนตรีหรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียหรือไม่ มีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง โดยหน่วยงานจะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ส่วนที่ต้องห้ามเปิดเผยตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 ให้ลบหรือตัดทอนออก มาตรา 9

การขอข้อมูลอื่นที่ไม่ได้จัดไว้ให้ตรวจดู

มาตรา 11 กำหนดว่าถ้าผู้ขอระบุข้อมูลที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควร หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบต้องจัดหาให้ภายในเวลาอันสมควร เว้นแต่ขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อมูลที่จัดหาให้ต้องเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วในสภาพพร้อมจะให้ได้ ไม่ใช่ต้องไปจัดทำ วิเคราะห์ จำแนก รวบรวม หรือจัดให้มีขึ้นใหม่ เว้นแต่เป็นการแปรสภาพจากข้อมูลที่บันทึกในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบภาพและเสียงตามที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 12 กำหนดว่าถ้าข้อมูลอยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานอื่น หน่วยงานที่รับคำขอต้องให้คำแนะนำเพื่อไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานนั้นโดยไม่ชักช้า มาตรา 11มาตรา 12

ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ และข้อมูลที่อาจสั่งไม่เปิดเผย

มาตรา 14 กำหนดว่าข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะเปิดเผยมิได้ มาตรา 15 กำหนดว่าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลได้ในกรณีที่การเปิดเผยจะเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือเศรษฐกิจการคลัง ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ เป็นความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงาน (แต่ไม่รวมรายงานทางวิชาการหรือรายงานข้อเท็จจริงที่ใช้ประกอบ) จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคล เป็นรายงานการแพทย์หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่การเปิดเผยจะรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร มีกฎหมายคุ้มครองไม่ให้เปิดเผย หรือผู้ให้ข้อมูลไม่ประสงค์ให้เปิดเผย โดยต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชน คำสั่งไม่เปิดเผยต้องระบุด้วยว่าเป็นข้อมูลประเภทใดและเพราะเหตุใด มาตรา 14มาตรา 15

เปิดเผยแล้วอาจกระทบผู้อื่น ต้องให้เวลาคัดค้านไม่น้อยกว่า 15 วัน

มาตรา 17 กำหนดว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด ให้แจ้งให้ผู้นั้นเสนอคำคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ผู้นั้นคัดค้านได้โดยทำเป็นหนังสือ เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาและแจ้งผลโดยไม่ชักช้า และถ้ามีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้าน จะเปิดเผยข้อมูลนั้นไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา 18 หรือคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารวินิจฉัยให้เปิดเผยได้ มาตรา 17

ร้องเรียนต่อคณะกรรมการ และอุทธรณ์ภายใน 15 วัน

มาตรา 13 กำหนดว่าผู้ที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดพิมพ์ ไม่จัดข้อมูลไว้ให้ตรวจดู ไม่จัดหาข้อมูลให้ ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า หรือไม่ได้รับความสะดวกโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องเรียน ขยายได้เมื่อจำเป็นแต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 60 วัน ส่วนกรณีมีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 หรือคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านตามมาตรา 17 มาตรา 18 กำหนดให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ และมาตรา 37 กำหนดให้คณะกรรมการส่งคำอุทธรณ์ให้คณะกรรมการวินิจฉัยฯ ภายใน 7 วัน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ ให้เป็นที่สุด มาตรา 13มาตรา 18มาตรา 37

เจ้าหน้าที่ที่เปิดเผยโดยสุจริตไม่ต้องรับผิด

มาตรา 20 กำหนดว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร แม้จะเข้าข่ายต้องรับผิดตามกฎหมายใด ให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ต้องรับผิดหากกระทำโดยสุจริต ในกรณีข้อมูลตามมาตรา 15 ที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการตามมาตรา 16 หรือกรณีเจ้าหน้าที่ระดับที่กำหนดในกฎกระทรวงสั่งให้เปิดเผยเพื่อประโยชน์อันสำคัญยิ่งกว่าเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และคำสั่งนั้นสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐยังไม่พ้นจากความรับผิดตามกฎหมายหากจะพึงมี มาตรา 20

ระบบข้อมูลส่วนบุคคล เก็บเท่าที่จำเป็น เปิดเผยต้องมีความยินยอมเป็นหนังสือ

มาตรา 23 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเพียงเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็น พยายามเก็บข้อมูลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับประเภทบุคคล ประเภทระบบ ลักษณะการใช้ วิธีขอตรวจดู วิธีขอแก้ไข และแหล่งที่มาของข้อมูล ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องอยู่เสมอ และจัดระบบรักษาความปลอดภัย เมื่อเก็บข้อมูลจากเจ้าของโดยตรงต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแจ้งว่าให้ข้อมูลโดยสมัครใจหรือมีกฎหมายบังคับ มาตรา 24 กำหนดว่าหน่วยงานจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลไม่ได้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามข้อยกเว้น เช่น ต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานตนเพื่อใช้ตามอำนาจหน้าที่ การใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ ต่อหน่วยงานด้านการวางแผนหรือสถิติ เพื่อการศึกษาวิจัยโดยไม่ระบุชื่อ ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อการสืบสวน สอบสวน หรือฟ้องคดี เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพ หรือต่อศาล และการเปิดเผยตามข้อยกเว้นส่วนใหญ่ต้องจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยกำกับไว้กับข้อมูลนั้น มาตรา 23มาตรา 24

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ขอดู ขอแก้ไข และอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

มาตรา 25 กำหนดว่าบุคคลย่อมมีสิทธิได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน เมื่อมีคำขอเป็นหนังสือ หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลข้อมูลต้องให้บุคคลนั้นหรือผู้กระทำการแทนได้ตรวจดูหรือได้รับสำเนา ถ้าเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง มีสิทธิยื่นคำขอเป็นหนังสือให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบ ซึ่งหน่วยงานต้องพิจารณาและแจ้งผลโดยไม่ชักช้า ถ้าหน่วยงานไม่แก้ไขให้ตามคำขอ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่ง โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ และไม่ว่ากรณีใดเจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องขอให้หมายเหตุคำขอของตนแนบไว้กับข้อมูลส่วนที่เกี่ยวข้องได้ มาตรา 25

เอกสารประวัติศาสตร์ ส่งหอจดหมายเหตุเมื่อครบ 75 ปี หรือ 20 ปี

มาตรา 26 กำหนดว่าข้อมูลข่าวสารของราชการที่หน่วยงานไม่ประสงค์จะเก็บรักษา หรือมีอายุครบกำหนดนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการจัดให้มีข้อมูลนั้น ให้ส่งมอบแก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา เพื่อคัดเลือกไว้ให้ประชาชนศึกษาค้นคว้า โดยข้อมูลตามมาตรา 14 ส่งเมื่อครบ 75 ปี และข้อมูลตามมาตรา 15 ส่งเมื่อครบ 20 ปี ขยายเวลาได้ถ้าหน่วยงานยังจำเป็นต้องใช้หรือเห็นว่ายังไม่ควรเปิดเผย โดยคำสั่งขยายเวลาจะกำหนดเกินคราวละ 5 ปีไม่ได้ และไม่ใช้กับข้อมูลที่ระเบียบคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ทำลายได้โดยไม่ต้องเก็บรักษา มาตรา 26

อำนาจของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา 28 กำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจสอดส่องดูแลและให้คำแนะนำการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ พิจารณาเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 13 และรายงานคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง มาตรา 32 ให้อำนาจเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือส่งวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐาน และมาตรา 33 กำหนดว่าถ้าหน่วยงานปฏิเสธว่าไม่มีข้อมูลตามที่ขอ และผู้ขอไม่เชื่อจึงร้องเรียน คณะกรรมการมีอำนาจเข้าตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบ โดยหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ต้องยินยอมให้ตรวจสอบไม่ว่าข้อมูลนั้นจะเปิดเผยได้หรือไม่ มาตรา 28มาตรา 32มาตรา 33

บทกำหนดโทษ

มาตรา 40 กำหนดว่าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการที่สั่งตามมาตรา 32 (เรียกให้มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 41 กำหนดว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการใช้ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกำหนดตามมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 40มาตรา 41

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้นหรือจึงจะขอดูข้อมูลได้

ไม่ใช่ มาตรา 9 กำหนดว่าบุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลที่หน่วยงานต้องจัดไว้ให้ตรวจดูตามมาตรา 9 ส่วนคนต่างด้าวจะมีสิทธิเพียงใดให้เป็นไปตามกฎกระทรวง มาตรา 9

ผู้ขอให้หน่วยงานสรุปหรือวิเคราะห์ข้อมูลขึ้นใหม่ให้ หน่วยงานต้องทำให้หรือไม่

มาตรา 11 กำหนดว่าข้อมูลที่หน่วยงานต้องจัดหาให้ต้องเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ ไม่ใช่การต้องไปจัดทำ วิเคราะห์ จำแนก รวบรวม หรือจัดให้มีขึ้นใหม่ เว้นแต่เป็นการแปรสภาพเป็นเอกสารจากข้อมูลที่บันทึกในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบภาพและเสียงตามที่คณะกรรมการกำหนด แต่ถ้าหน่วยงานเห็นว่าคำขอนั้นไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า และจำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของผู้ขอหรือเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ หน่วยงานจะจัดหาให้ก็ได้ และไม่ห้ามหน่วยงานจัดทำข้อมูลขึ้นใหม่ให้ถ้าสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ตามปกติอยู่แล้ว มาตรา 11

หน่วยงานสั่งไม่เปิดเผยข้อมูล ผู้ขอทำอะไรได้บ้าง ภายในกี่วัน

มาตรา 18 กำหนดให้ผู้ขออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ มาตรา 37 กำหนดให้คณะกรรมการส่งคำอุทธรณ์ต่อไปภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้เป็นที่สุด มาตรา 18มาตรา 37

หน่วยงานเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการถ่ายสำเนาได้หรือไม่

มาตรา 9 กำหนดว่าในกรณีที่สมควร หน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมในการตรวจดูหรือขอสำเนาก็ได้ โดยให้คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยประกอบด้วย เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น มาตรา 9

หน่วยงานตอบว่าไม่มีข้อมูลที่ขอ แต่ผู้ขอไม่เชื่อ ทำอย่างไร

มาตรา 33 กำหนดว่าถ้าหน่วยงานปฏิเสธว่าไม่มีข้อมูลตามคำขอ และผู้ขอไม่เชื่อว่าเป็นความจริง ให้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการตามมาตรา 13 คณะกรรมการมีอำนาจเข้าตรวจสอบข้อมูลข่าวสารของราชการที่เกี่ยวข้องและแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียนทราบ โดยหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยินยอมให้คณะกรรมการหรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายเข้าตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เปิดเผยได้หรือไม่ก็ตาม มาตรา 33มาตรา 13

จะส่งข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน (เช่น ประวัติการทำงาน) ให้หน่วยงานอื่น ต้องขอความยินยอมก่อนหรือไม่

มาตรา 24 กำหนดว่าหน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลไม่ได้ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ เช่น เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานตนเพื่อใช้ตามอำนาจหน้าที่ ต่อหน่วยงานด้านการวางแผน สถิติ หรือสำมะโน เพื่อการศึกษาวิจัยโดยไม่ระบุชื่อ ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อการสืบสวน สอบสวน หรือฟ้องคดี หรือต่อศาลและผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และการเปิดเผยตามข้อยกเว้นเหล่านี้ต้องจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยกำกับไว้กับข้อมูลนั้นตามกฎกระทรวง มาตรา 24

คำปรารภ / อำนาจในการตรา

พระราชบัญญัติ

ข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. 2540

คำอธิบายในหน้านี้จัดทำโดยทีมโยธาไทยจากตัวบทที่มีในระบบเท่านั้น ระบุเลขมาตรากำกับทุกข้อเพื่อให้ตรวจสอบกลับได้ — เป็นเครื่องมือช่วยอ่าน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย · ปรับปรุง 25 กันยายน 2569

พ.ศ. 2540

ตัวบทเต็ม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ 2540

ทั้งฉบับ 43 มาตรา — กำลังโหลดตัวบทพร้อมสารบัญและจุดเชื่อมโยง… หากหน้านี้ไม่แสดงตัวบท เริ่มอ่านที่ มาตรา 1 แล้วกด "ถัดไป" ทีละมาตราได้