พ.ร.บ. พ.ศ. 2456 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 102 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2456

อยู่ใน หมวด 6 ข้อบังคับเบ็ดเตล็ด · มาตราที่ 109 จาก 352 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 102 มีประวัติการแก้ไข

นายเรือที่ได้รับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ทุกคน ต้องใช้ความระมัดระวังในการควบคุมเรือโดยเต็มความสามารถ เพื่อมิให้เกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายอย่างใด ๆ และถ้ามีเหตุอย่างใด ๆ เกิดขึ้นในหน้าที่ขณะที่ตนกระทำการควบคุมเรือนั้นอยู่ นายเรือลำนั้นต้องรายงานเหตุที่เกิดขึ้นนั้นต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

1. สำหรับเรือที่ยังไม่ออกจากเขตท่าไปทะเลในทันทีทันใด ถัดเวลาที่เกิดเหตุให้ยื่นรายงานต่อเจ้าท่าภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถ้าเรือลำนั้นกำลังจะออกจากท่าไปสู่ทะเลก็ให้ส่งรายงานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนในโอกาสแรกที่จะส่งได้ หรือแวะแจ้งความต่อกรมการอำเภอ หรือตำรวจท้องที่ใกล้เคียง หรือฝากรายงานนั้นไว้ แก่เจ้าพนักงานศุลกากร ณ ตำบลใกล้เคียงเพื่อส่งให้เจ้าท่าต่อไป

รายงานนั้นต้องแจ้งให้ชัดเจนถึงข้อเหล่านี้

(1) ตำบลที่เกิดเหตุพร้อมทั้งแผนที่สังเขปถ้าสามารถจะทำได้

(2) วัน เดือน ปี ที่เกิดเหตุ

(3) ชื่อเจ้าของเรือ หรือตัวแทน และเลขทะเบียนเรือ

(4) สาเหตุที่เกิดและกรณีแวดล้อม

(5) ความเสียหายที่ได้รับ

(6) ถ้าเป็นเรือที่มีสมุดปูม ก็ให้คัดข้อความประจำวันที่จดไว้ในสมุดปูม ทั้งปากเรือและท้องเรือแนบมาด้วย

2. สำหรับเรืออื่น ๆ นอกจากในอนุมาตรา 1 ให้รายงานเหตุที่เกิดขึ้นนั้นต่อเจ้าท่า หรือแจ้งความต่อกรมการอำเภอ หรือตำรวจท้องที่ใกล้เคียงภายในเวลาสี่สิบแปดชั่วโมง

3. กรมการอำเภอ หรือตำรวจท้องที่ เมื่อได้รับแจ้งความแล้วให้ ไต่สวนและจัดการไปตามหน้าที่ และให้รีบส่งสำเนาการไต่สวนนั้นไปให้เจ้าท่าท้องถิ่น หรือกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี*ทราบ

📜 ดูประวัติการแก้ไข (2 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 5 ส.ค. 2456

มาตรา 102 นายเรือทุก ๆ คน ต้องใช้ความระวังโดยเต็มสติปัญญาสามารถ เพื่อมิให้เกิดเหตุอันตรายขึ้นแก่เรือที่ตนเดิน หรือแก่เรืออื่น หรือแก่สมบัติอย่างใด ๆ และถ้ามีเหตุอันตรายอย่างใดเกิดขึ้นในเวลาที่ตนกำลังเดินเรืออยู่นั้น นายเรือต้องรีบทำหนังสือรายงานต่อเจ้าท่าให้ทราบ ถ้าเรือลำนั้นยังไม่ออกไปจากเขตท่าในทันใดถัดเวลาที่เกิดเหตุอันตรายฉะนั้น ให้ยื่นรายงานนั้นภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงถัดเวลาที่เกิดเหตุ ถ้าและเรือลำนั้นจะออกไปจากเขตท่าฉะนั้น ต้องเอารายงานซึ่งจะต้องมีสำเนาคัดจากสมุดจดหมายเหตุสำหรับดาดฟ้าและห้องเครื่องจักรติดไปด้วยนั้นส่งยังเจ้าท่าโดยทางไปรษณีย์จากสถานีไปรษณีย์ที่แรกจะไปส่งได้โดยสะดวก หรือส่งไว้กับเจ้าพนักงานศุลกากรที่เมืองสมุทรปราการก็ได้

แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา ๑๐๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ มีผลบังคับ

มาตรา 102 นายเรือที่ได้รับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ทุกคน ต้องใช้ความระมัดระวังในการควบคุมเรือโดยเต็มความสามารถ เพื่อมิให้เกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายอย่างใด ๆ และถ้ามีเหตุอย่างใด ๆ เกิดขึ้นในหน้าที่ขณะที่ตนกระทำการควบคุมเรือนั้นอยู่ นายเรือลำนั้นต้องรายงานเหตุที่เกิดขึ้นนั้นต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1. สำหรับเรือที่ยังไม่ออกจากเขตท่าไปทะเลในทันทีทันใด ถัดเวลาที่เกิดเหตุให้ยื่นรายงานต่อเจ้าท่าภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถ้าเรือลำนั้นกำลังจะออกจากท่าไปสู่ทะเลก็ให้ส่งรายงานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนในโอกาสแรกที่จะส่งได้ หรือแวะแจ้งความต่อกรมการอำเภอ หรือตำรวจท้องที่ใกล้เคียง หรือฝากรายงานนั้นไว้ แก่เจ้าพนักงานศุลกากร ณ ตำบลใกล้เคียงเพื่อส่งให้เจ้าท่าต่อไป รายงานนั้นต้องแจ้งให้ชัดเจนถึงข้อเหล่านี้ (1) ตำบลที่เกิดเหตุพร้อมทั้งแผนที่สังเขปถ้าสามารถจะทำได้ (2) วัน เดือน ปี ที่เกิดเหตุ (3) ชื่อเจ้าของเรือ หรือตัวแทน และเลขทะเบียนเรือ (4) สาเหตุที่เกิดและกรณีแวดล้อม (5) ความเสียหายที่ได้รับ (6) ถ้าเป็นเรือที่มีสมุดปูม ก็ให้คัดข้อความประจำวันที่จดไว้ในสมุดปูม ทั้งปากเรือและท้องเรือแนบมาด้วย 2. สำหรับเรืออื่น ๆ นอกจากในอนุมาตรา 1 ให้รายงานเหตุที่เกิดขึ้นนั้นต่อเจ้าท่า หรือแจ้งความต่อกรมการอำเภอ หรือตำรวจท้องที่ใกล้เคียงภายในเวลาสี่สิบแปดชั่วโมง 3. กรมการอำเภอ หรือตำรวจท้องที่ เมื่อได้รับแจ้งความแล้วให้ ไต่สวนและจัดการไปตามหน้าที่ และให้รีบส่งสำเนาการไต่สวนนั้นไปให้เจ้าท่าท้องถิ่น หรือกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี*ทราบ