มาตรา 12 พ.ร.บ.รับราชการทหาร 2497
บุคคลซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา 16 หรือทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใดประสงค์จะไปอยู่ต่างท้องที่ในอำเภอเดียวกันหรือต่างอำเภอเป็นการชั่วคราวเกินสามสิบวัน ให้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตนเข้ามาอยู่ และให้นายอำเภอที่ได้รับแจ้งทำการสอบสวนและออกใบรับให้ แล้วแจ้งให้นายอำเภอท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารทราบ
ถ้าบุคคลตามวรรคหนึ่งประสงค์จะย้ายภูมิลำเนาทหาร ให้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตนเข้ามาอยู่นั้น ให้นายอำเภอที่ได้รับแจ้งทำการสอบสวน เมื่อพิจารณาเห็นว่าผู้ขอย้ายได้มาตั้งทำมาหาเลี้ยงชีพเป็นประจำหรือมีที่อยู่เป็นหลักฐานและไม่ประสงค์จะหลีกเลี่ยงการรับราชการทหาร ก็ให้แจ้งไปยังนายอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารเดิมทราบ เมื่อได้รับตอบยืนยันเป็นการถูกต้องจึงให้รับแจ้งการย้ายภูมิลำเนาทหารของบุคคลนั้นและออกใบรับให้ แล้วให้นายอำเภอที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของตนทราบ
การแจ้งย้ายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้กระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ย้ายเข้ามาอยู่ในท้องที่
📜 ดูประวัติการแก้ไข (2 ฉบับ)
มาตรา 12 บุคคลที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอตามมาตรา 16 และมาตรา 18 แล้ว หรือทหารกองเกินหรือทหารกองหนุน ถ้าย้ายที่อยู่เปลี่ยนตำบล ให้ผู้นั้นแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ เว้นแต่เจ้าบ้านที่ผู้นั้นย้ายออกไปและย้ายเข้ามาจะได้แจ้งแทนภายในกำหนดเวลาตามมาตรานี้แล้ว ถ้าไปอยู่ต่างตำบลชั่วคราวเกินกว่าสามสิบวัน ให้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่หรือกำนันท้องที่ที่ตนมาอยู่ชั่วคราวนั้น แล้วให้กำนันแจ้งต่อนายอำเภอ ให้นายอำเภอที่ได้รับแจ้งสอบสวน แล้วแจ้งต่อไปยังนายอำเภอท้องที่ซึ่งผู้นั้นอยู่เดิม ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้แจ้งต่อกันภายในกำหนดสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้ย้ายออกไปหรือย้ายเข้ามาอยู่ในท้องที่นั้นหรือวันรับแจ้ง อนึ่ง บุคคลดังกล่าวแล้วในมาตรานี้ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัวก็ดี ชื่อสกุลก็ดี หรือทั้งชื่อตัวและชื่อสกุลก็ดี ให้ผู้นั้นนำหลักฐานไปแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ทราบภายในกำหนดสามสิบวันนับตั้งแต่วันได้รับอนุญาต ให้นายอำเภอออกใบรับให้ และแก้หนังสือสำคัญหรือใบสำคัญประจำตัวกับบัญชีหรือทะเบียนทหารให้ถูกต้อง
มาตรา 12 บุคคลซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา 16 หรือทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใดประสงค์จะไปอยู่ต่างท้องที่ในอำเภอเดียวกันหรือต่างอำเภอเป็นการชั่วคราวเกินสามสิบวัน ให้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตนเข้ามาอยู่ และให้นายอำเภอที่ได้รับแจ้งทำการสอบสวนและออกใบรับให้ แล้วแจ้งให้นายอำเภอท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารทราบ ถ้าบุคคลตามวรรคหนึ่งประสงค์จะย้ายภูมิลำเนาทหาร ให้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตนเข้ามาอยู่นั้น ให้นายอำเภอที่ได้รับแจ้งทำการสอบสวน เมื่อพิจารณาเห็นว่าผู้ขอย้ายได้มาตั้งทำมาหาเลี้ยงชีพเป็นประจำหรือมีที่อยู่เป็นหลักฐานและไม่ประสงค์จะหลีกเลี่ยงการรับราชการทหาร ก็ให้แจ้งไปยังนายอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารเดิมทราบ เมื่อได้รับตอบยืนยันเป็นการถูกต้องจึงให้รับแจ้งการย้ายภูมิลำเนาทหารของบุคคลนั้นและออกใบรับให้ แล้วให้นายอำเภอที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของตนทราบ การแจ้งย้ายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้กระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ย้ายเข้ามาอยู่ในท้องที่