พ.ร.บ. พ.ศ. 2510 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 43 พ.ร.บ.การประปานครหลวง 2510

อยู่ใน หมวด 4 ความสัมพันธ์กับรัฐบาล · มาตราที่ 45 จาก 56 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 43 มีประวัติการแก้ไข

การประปานครหลวงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้

(1) เพิ่มหรือลดทุน

(2) กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเกินสามสิบล้านบาท

(3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินห้าล้านบาท

(4) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

(5) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

(6) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด เกินร้อยละห้าสิบ

📜 ดูประวัติการแก้ไข (4 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 15 ส.ค. 2510

มาตรา 43 การประปานครหลวงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้ (1) เพิ่มหรือลดทุน (2) กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเกินห้าล้านบาท (3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ (4) จำหน่ายทรัพย์สินจำนวนเกินหนึ่งแสนบาทจากบัญชีเป็นศูนย์ (5) กำหนดอัตราราคาขายน้ำประปา

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติการประปานครหลวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516 มีผลบังคับ 29 มิ.ย. 2516

มาตรา 43 การประปานครหลวงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้ (1) เพิ่มหรือลดทุน (2) กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเกินสามสิบล้านบาท (3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินห้าล้านบาท (4) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (5) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด (6) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด เกินร้อยละห้าสิบ

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติการประปานครหลวง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มีผลบังคับ 29 มิ.ย. 2516

มาตรา 43 การประปานครหลวงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้ (1) เพิ่มหรือลดทุน (2) กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเกินสามสิบล้านบาท (3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินห้าล้านบาท (4) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (5) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด (6) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด เกินร้อยละห้าสิบ

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติการประปานครหลวง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2535 มีผลบังคับ 29 มิ.ย. 2516

มาตรา 43 การประปานครหลวงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้ (1) เพิ่มหรือลดทุน (2) กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเกินสามสิบล้านบาท (3) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินห้าล้านบาท (4) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (5) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด (6) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด เกินร้อยละห้าสิบ