พ.ร.บ. พ.ศ. 2522 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 15 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ 2522

อยู่ใน หมวด 2 ผู้พิพากษาในศาลแรงงาน · มาตราที่ 18 จาก 67 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 15 มีประวัติการแก้ไข

ผู้พิพากษาสมทบพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1) ออกตามวาระ

(2) ตาย

(3) ลาออก

(4) ขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 14/1

(5) ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้จำคุก

(6) ขาดการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดถึงสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร

(7) ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่การเป็นผู้พิพากษาสมทบ

วรรคสอง (ยกเลิก)

📜 ดูประวัติการแก้ไข (2 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 11 พ.ค. 2522

มาตรา 15 ผู้พิพากษาสมทบพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ออกตามวาระ (2) ตาย (3) ลาออก (4) ขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 14 (5) ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้จำคุก (6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกเพราะขาดการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดถึงสองครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือเพราะกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุที่ข้าราชการตุลาการจะต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ การพ้นจากตำแหน่งตาม (4) หรือ (6) ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 มีผลบังคับ 13 ก.ย. 2550

มาตรา 15 ผู้พิพากษาสมทบพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ออกตามวาระ (2) ตาย (3) ลาออก (4) ขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 14/1 (5) ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้จำคุก (6) ขาดการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดถึงสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (7) ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่การเป็นผู้พิพากษาสมทบ วรรคสอง (ยกเลิก)