พ.ร.บ. พ.ศ. 2543 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 32 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม 2543

อยู่ใน ส่วนที่ 3 การพ้นจากตำแหน่ง · มาตราที่ 34 จาก 104 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 32 มีประวัติการแก้ไข

ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(1) ตาย

(2) ได้รับอนุญาตให้ลาออกหรือการลาออกมีผลตามมาตรา 33 วรรคสองและวรรคสี่

(3) พ้นจากราชการตามมาตรา 8/1

(4) โอนไปรับราชการฝ่ายอื่น

(5) ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

(6) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 15

(7) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 34 หรือมาตรา 35

(8) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก

การพ้นจากตำแหน่งตาม (1) (3) หรือ (8) ของข้าราชการตุลาการซึ่งมิใช่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (2) (4) (5) หรือ (7) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันออกจากราชการหรือวันโอน แล้วแต่กรณี

📜 ดูประวัติการแก้ไข (2 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 18 พ.ค. 2543

มาตรา 32 ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ได้รับอนุญาตให้ลาออกหรือการลาออกมีผลตามมาตรา 33 วรรคสอง และวรรคสี่ (3) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (4) โอนไปรับราชการฝ่ายอื่น (5) ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร (6) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 15 มาตรา 34 หรือมาตรา 35 (7) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก (8) วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการซึ่งมิใช่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตาม (1) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (2) (3) (4) (5) (6) (7) หรือ (8) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง พระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันออกจากราชการ วันโอน หรือวันที่ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี

แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลบังคับ

มาตรา 32 ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ได้รับอนุญาตให้ลาออกหรือการลาออกมีผลตามมาตรา 33 วรรคสองและวรรคสี่ (3) พ้นจากราชการตามมาตรา 8/1 (4) โอนไปรับราชการฝ่ายอื่น (5) ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร (6) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 15 (7) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 34 หรือมาตรา 35 (8) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก การพ้นจากตำแหน่งตาม (1) (3) หรือ (8) ของข้าราชการตุลาการซึ่งมิใช่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (2) (4) (5) หรือ (7) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันออกจากราชการหรือวันโอน แล้วแต่กรณี