ประมวลกฎหมาย พ.ศ. 2477 มีประวัติการแก้ไข

มาตรา 41 ป.วิ.พ.

อยู่ใน หมวด 4 การนั่งพิจารณา · มาตราที่ 50 จาก 473 · หน้ารวมฉบับนี้
มาตรา 41 มีประวัติการแก้ไข

ถ้ามีการขอเลื่อนการนั่งพิจารณาโดยอ้างว่าตัวความ ผู้แทน ทนายความ พยาน หรือบุคคลอื่นที่ถูกเรียกให้มาศาลไม่สามารถมาศาลได้เพราะป่วยเจ็บ เมื่อศาลเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอฝ่ายเดียว ศาลจะมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานไปทำการตรวจก็ได้ และถ้าสามารถหาแพทย์ได้ก็ให้ตั้งแพทย์ไปตรวจด้วย ถ้าผู้ที่ศาลตั้งให้ไปตรวจได้รายงานโดยสาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณแล้ว และศาลเชื่อว่าอาการของผู้ที่อ้างว่าป่วยนั้นไม่ร้ายแรงถึงกับจะมาศาลไม่ได้ ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการขาดนัดหรือการไม่มาศาลของบุคคลที่อ้างว่าป่วยนั้น แล้วแต่กรณี

ศาลอาจสั่งให้คู่ความฝ่ายที่ขอให้ไปตรวจตามวรรคหนึ่ง หรือคู่ความใดไปกับผู้ที่ศาลตั้งให้ไปตรวจ คู่ความนั้นจะมอบให้ผู้ใดไปแทนตนก็ได้

ค่าพาหนะและค่าป่วยการของเจ้าพนักงานและแพทย์ ให้ถือว่าเป็นค่าฤชาธรรมเนียม และให้นำมาตรา 166 มาใช้บังคับ

📜 ดูประวัติการแก้ไข (2 ฉบับ)
ฉบับตราขึ้นครั้งแรก มีผลบังคับ 20 มิ.ย. 2478

มาตรา 41 ถ้าคู่ความฝ่ายใดร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่าตนเองก็ดี ผู้แทนหรือทนายความก็ดี พยานหรือบุคคลภายนอกคนใดที่ถูกเรียกให้มาศาลเพื่อประโยชน์แก่คู่ความฝ่ายนั้นก็ดี ไม่สามารถมาศาลได้เพราะป่วยเจ็บ และคู่ความฝ่ายใดเสนอคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลขอให้เจ้าพนักงานพร้อมด้วยแพทย์ ถ้าสามารถจะทำได้ ไปตรวจคู่ความหรือบุคคลที่ป่วยนั้น ให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานและแพทย์ไปทำการตรวจ แล้วให้ทำรายงานการตรวจยื่นต่อศาล คู่ความฝ่ายที่ร้องขอให้ทำการตรวจเช่นนี้ จะไปกับเจ้าพนักงานด้วยตนเองหรือตั้งผู้แทนไปก็ได้ ถ้าเจ้าพนักงานและแพทย์รายงานโดยสาบานตนแล้วว่า อาการของคู่ความหรือบุคคลที่อ้างว่าป่วยนั้นไม่ร้ายแรงถึงกับจะมาศาลไม่ได้ ให้ศาลบังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่าด้วยการขาดนัดของคู่ความหรือบุคคลนั้น

แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา ๔๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๗ มีผลบังคับ

มาตรา 41 ถ้ามีการขอเลื่อนการนั่งพิจารณาโดยอ้างว่าตัวความ ผู้แทน ทนายความ พยาน หรือบุคคลอื่นที่ถูกเรียกให้มาศาลไม่สามารถมาศาลได้เพราะป่วยเจ็บ เมื่อศาลเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอฝ่ายเดียว ศาลจะมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานไปทำการตรวจก็ได้ และถ้าสามารถหาแพทย์ได้ก็ให้ตั้งแพทย์ไปตรวจด้วย ถ้าผู้ที่ศาลตั้งให้ไปตรวจได้รายงานโดยสาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณแล้ว และศาลเชื่อว่าอาการของผู้ที่อ้างว่าป่วยนั้นไม่ร้ายแรงถึงกับจะมาศาลไม่ได้ ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการขาดนัดหรือการไม่มาศาลของบุคคลที่อ้างว่าป่วยนั้น แล้วแต่กรณี ศาลอาจสั่งให้คู่ความฝ่ายที่ขอให้ไปตรวจตามวรรคหนึ่ง หรือคู่ความใดไปกับผู้ที่ศาลตั้งให้ไปตรวจ คู่ความนั้นจะมอบให้ผู้ใดไปแทนตนก็ได้ ค่าพาหนะและค่าป่วยการของเจ้าพนักงานและแพทย์ ให้ถือว่าเป็นค่าฤชาธรรมเนียม และให้นำมาตรา 166 มาใช้บังคับ